หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันแบบถ่ายเสียง

หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันนี้ เป็นการถอดโดยวิธีถ่ายเสียง (Transcription) เพื่อให้อ่านคำภาษาไทย ที่เขียนด้วยอักษรโรมัน ให้ได้เสียงใกล้เคียง โดยไม่คำนึงถึงการสะกด การันต์ และวรรณยุกต์ เช่น จันทร์ = chan, พระ = phra, แก้ว = kaeo

1. ตารางเทียบเสียงพยัญชนะและสระ

2. ความหมายของคำ

3. การใช้เครื่องหมาย "–" เพื่อแยกพยางค์

4. การแยกคำ

5. การใช้อักษรโรมันตัวใหญ่

6. การถอดชื่อภูมิศาสตร์

7. การถอดคำทับศัพท์

8. การถอดเครื่องหมายต่างๆ

9. การถอดคำย่อ

10. การถอดตัวเลข


1. ตารางเทียบเสียงพยัญชนะและสระ

1.1 ตารางเทียบเสียงพยัญชนะ

 

พยัญชนะไทย

อักษรโรมัน

ตัวอย่าง

 

ตัวต้น

ตัวสะกด

 
k k กา = ka
นก = nok
ข ฃ ค  ฅ ฆ kh k ขอ = kho
สุข = suk
โค = kho
ยุค = yuk
ฆ้อง = khong
เมฆ = mek
ng ng งาม = ngam
สงฆ์ = song
จ ฉ ช ฌ ch t จีน = chin
อำนาจ = amnat
ฉิ่ง = ching
ชิน = chin
คช = khot
เฌอ = choe
ซ ทร (เสียง ซ) ศ ษ ส s t ซา = sa
ก๊าซ = kat
ทราย = sai
ศาล = san
ทศ = thot
รักษา = raksa
กฤษณ์ = krit
สี = si
รส = rot
y n ญาติ = yat
ชาญ = chan
ฎ ฑ (เสียง ด) ด d t ฎีกา = dika
กฎ = kot
บัณฑิต = bandit
ษัฑ = sat
ด้าย = dai
เป็ด = pet
ฏ ต t t ปฏิมา = patima
ปรากฏ = prakot
ตา = ta
จิต = chit
ฐ ฑ ฒ ถ ท ธ th t ฐาน = than
รัฐ = rat
มณฑล = monthon
เฒ่า = thao
วัฒน์ = wat
ถ่าน = than
นาถ = nat
ทอง = thong
บท = bot
ธง = thong
อาวุธ = awut
ณ น n n ประณีต = pranit
ปราณ = pran
น้อย = noi
จน = chon
b p ใบ = bai
กาบ = kap
p p ไป = pai
บาป = bap
ผ พ ภ ph p ผา = pha
พงศ์ = phong
ลัพธ์ = lap
สำเภา = samphao
ลาภ = lap
ฝ ฟ f p ฝั่ง = fang
ฟ้า = fa
เสิร์ฟ = soep
m m ม้าม = mam
y – ยาย = yai
r n ร้อน = ron
พร = phon
ล ฬ l n ลาน = lan
ศาล = san
กีฬา = kila
กาฬ = kan
w – วาย = wai
ห ฮ h – หา = ha
ฮา = ha

หมายเหตุ :

1. ในทางสัทศาสตร์ ใช้ h เป็นตัวสัญลักษณ์เพื่อแสดงลักษณะเสียงธนิต (เสียงที่มีกลุ่มลมพุ่งตามออกมาในขณะออกเสียง) h ที่ประกอบหลัง k p t จึงเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางสัทศาสตร์ดังนี้

k แทนเสียง ก เพราะเป็นเสียงสิถิล (เสียงที่ไม่มีกลุ่มลมพุ่งตามออกมาในขณะออกเสียง) kh จึงแทนเสียง ข ฃ ค ฅ ฆ เพราะเป็นเสียงธนิต

p แทนเสียง ป ซึ่งเป็นเสียงสิถิล ph จึงแทนเสียง ผ พ ภ เพราะเป็นเสียงธนิต ไม่ใช่แทนเสียง ฟ

t แทนเสียง ฏ ต ซึ่งเป็นเสียงสิถิล th จึงแทนเสียง ฐ ฑ ฒ ถ ท ธ เพราะเป็นเสียงธนิต

2. ตามหลักสัทศาสตร์ ควรใช้ c แทนเสียง จ ซึ่งเป็นเสียงสิถิล และ ch ใช้แทนเสียง ฉ ช ฌ ซึ่งเป็นเสียงธนิต ดังที่ใช้กันในภาษาบาลี–สันสกฤต เขมร ฮินดี อินโดนีเซียและภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษา แต่ที่มิได้แก้ไขให้เป็นไปตามหลักสัทศาสตร์ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้ไขว้เขวกับการสะกดและออกเสียงตัว c ในภาษาอังกฤษซึ่งคนไทยมักใช้แทนเสียง ค หรือ ซ ตัวอย่างเช่น จน/จิต หากเขียนตามหลักสัทศาสตร์เป็น con/cit ก็อาจออกเสียงตัว c เป็นเสียง ค ในคำว่า con และออกเสียง ซ ในคำว่า cit ดังนั้นจึงยังคงให้ใช้ ch แทนเสียง จ ตามที่คุ้นเคย เช่น จุฬา = chula จิตรา = chittra


1.2 ตารางเทียบเสียงสระ

สระไทย

อักษรโรมัน

ตัวอย่าง

อะ, –ั (อะ ลดรูป), รร (มีตัวสะกด), อา a ปะ = pa
วัน = wan
สรรพ = sap
มา = ma
รร (ไม่มีตัวสะกด) an สรรหา = sanha
สวรรค์ = sawan
อำ am รำ = ram
อิ, อี i มิ = mi
มีด = mit
อึ, อื ue นึก = nuek
หรือ = rue
อุ, อู u ลุ = lu
หรู = ru
เอะ, เ–็ (เอะ ลดรูป), เอ e เละ = le
เล็ง = leng
เลน = len
แอะ, แอ ae และ = lae
แสง = saeng
โอะ, –(โอะ ลดรูป), โอ, เอาะ, ออ o โละ = lo
ลม = lom
โล้ = lo
เลาะ = lo
ลอม = lom
เออะ, เ–ิ (เออะ ลดรูป), เออ oe เลอะ = loe
เหลิง = loeng
เธอ = thoe
เอียะ, เอีย ia เผียะ = phia
เลียน = lian
เอือะ, เอือ uea –*
เลือก = lueak
อัวะ, อัว, –ว– (อัว ลดรูป) ua ผัวะ = phua
มัว = mua
รวม = ruam
ใอ, ไอ, อัย, ไอย, อาย ai ใย = yai
ไล่ = lai
วัย = wai
ไทย = thai
สาย = sai
เอา, อาว ao เมา = mao
น้าว = nao
อุย ui ลุย = lui
โอย, ออย oi โรย = roi
ลอย = loi
เอย oei เลย = loei
เอือย ueai เลื้อย = lueai
อวย uai มวย = muai
อิว io ลิ่ว = lio
เอ็ว, เอว eo เร็ว = reo
เลว = leo
แอ็ว, แอว aeo แผล็ว = phlaeo
แมว = maeo
เอียว iao เลี้ยว = liao
ฤ (เสียง รึ), ฤๅ rue ฤษี , ฤๅษี = ruesi
ฤ (เสียง ริ) ri ฤทธิ์ = rit
ฤ (เสียง เรอ) roe ฤกษ์ = roek
ฦ, ฦๅ lue –*
ฦๅสาย = luesai

หมายเหตุ :

1. ตามหลักเดิม อึ อื อุ อู ใช้ u แทนทั้ง 4 เสียง แต่เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างเสียง อึ อื กับ อุ อู จึงให้ใช้ u แทน อุ อู และใช้ ue แทน อึ อื

2. ตามหลักเดิม เอือะ เอือ อัวะ อัว ใช้ ua แทนทั้ง ๔ เสียง แต่เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างเสียง เอือะ เอือ กับ อัวะ อัว จึงใช้ ua แทน อัวะ อัว และ uea แทน เอือะ เอือ เพราะ เอือะ เอือ เป็นสระ ประสมซึ่งประกอบด้วยเสียง อึ หรือ อื (ue) กับเสียง อะ หรือ อา (a)

3. ตามหลักเดิม เสียง อิว ใช้ iu และเอียว ใช้ ieu แต่เนื่องจากหลักเกณฑ์นี้เสียงที่มีเสียง ว ลงท้าย และ แทนเสียงด้วยตัว o ซึ่งได้แก่ เอา อาว (ao), เอ็ว เอว (eo), แอ็ว แอว (aeo) ดังนั้นเพื่อให้เป็นไปใน ทำนองเดียวกัน อิว ซึ่งเป็นเสียง อิ กับ ว จึงแทนด้วย i + o คือ io ส่วนเสียง เอียว ซึ่งมาจากเสียง เอียกับ ว จึงแทนด้วย ia + o เป็น iao

* ไม่มีคำที่ประสมด้วยสระเสียงนี้ใช้ในภาษาไทย

2. ความหมายของคำ

2.1 หน่วยคำ หมายถึง หน่วยที่เล็กที่สุดและมีความหมาย อาจมีเพียงพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้
เช่น
นา ที นาที ลอง กอง ลองกอง นาฬิกา นานัปการ เชื่อ ก็ เครื่อง

2.2 คำ หมายถึง หน่วยคำ ๑ หน่วยคำ หรือมากกว่านั้น เช่นหน้า โต๊ะ ลูกเสือ จานผี มหาราช ประชาชน ราชูปถัมภ์ อภิมหาอำนาจ

2.3 คำประสม หมายถึง หน่วยคำตั้งแต่ ๒ หน่วยคำขึ้นไป เมื่อรวมกันแล้วมีความหมายใหม่หรือมีความหมายเพิ่มขึ้นจากเดิม เช่นลูกเสือ (คน) จานผี ลมกรด

2.4 คำสามานยนาม

2.4.1 คำนามทั่วไป เช่นพระ คน เสื้อ สัตว์ แมว นก ต้นไม้ มะม่วง โต๊ะ วิทยุ บันได วัด วัง ถนน จังหวัด แม่น้ำ องค์กร บริษัท

2.4.2 ชื่อภูมิศาสตร์ คือ คำนามทั่วไปที่บอกลักษณะภูมิประเทศตามธรรมชาติ เช่นภู เขา ภูเขา ควน ดอย พนม แม่น้ำ ลำคลอง ห้วย หนอง บึง เกาะ ทะเล มหาสมุทร แหลม อ่าว หรือคำนามทั่วไปทางภูมิศาสตร์ที่มนุษย์ทำขึ้น เช่นท่าเรือ ถนน ซอย สะพาน และหมายรวมถึงเขตการปกรองด้วย เช่นประเทศ จังหวัด อำเภอ แขวง ตำบล หมู่บ้าน

2.5 คำวิสามานยนาม หมายถึง คำนามที่เป็นชื่อเฉพาะ เช่น

2.5.1 ชื่อบุคคล เช่น พระปรมาภิไธย พระนามาภิไธย พระนาม ราชทินนาม นาม นามสกุล

ตัวอย่าง
พระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช

พระนามาภิไธยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
พระนาม
สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
ราชทินนาม เจ้าพระยา จักรี
นาม นามสกุล นาย สมชาย คนจริง

2.5.2 ชื่อสถานที่และองค์กร เช่น หน่วยงาน วัด วัง โรงเรียน

ตัวอย่าง
องค์กร
มูลนิธิคนพิการแห่งประเทศไทย
หน่วยงานกรมสรรพากร
วัดวัดดวงแข
วังวังศุโขทัย
โรงเรียน โรงเรียน สตรีวิทยา

2.6 คำนำหน้านาม หมายถึง คำที่อยู่หน้าวิสามานยนาม เช่น พระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์ สมณศักดิ์ บรรดาศักดิ์ ยศ คำนำหน้าบุคคลทั่วไป รวมทั้งคำนำหน้าชื่อที่บอกลักษณะ สถานภาพของวิสามานยนามนั้น ๆ เช่น ฯพณฯ... ศาสตราจารย์... นาย... นาง... นางสาว... เด็กชาย... เด็กหญิง... ฯลฯ

ตัวอย่าง
พระอิสริยยศ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์
ฐานันดรศักดิ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์
สมณศักดิ์ สมเด็จพระวันรัต
บรรดาศักดิ์ เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
ยศ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์

2.7 คำทับศัพท์ หมายถึง คำภาษาต่างประเทศที่เขียนด้วยตัวอักษรไทย อาจเป็นคำสามานยนาม เช่น คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ฟุตบอล หรือคำวิสามานยนาม เช่น แปซิฟิก เมดิเตอร์เรเนียน ไอบีเอ็ม ยูเนสโก

3. การใช้เครื่องหมาย "–" เพื่อแยกพยางค์

ในกรณีที่คำซึ่งมีหลายพยางค์ อักษรตัวสุดท้ายของพยางค์หน้ากับอักษรตัวแรกของพยางค์ที่ตามมา อาจทำให้อ่านยาก หรืออ่านผิดได้ ให้ใช้เครื่องหมาย "–" เพื่อแยกพยางค์ โดยมีหลักดังนี้

3.1 เมื่ออักษรตัวสุดท้ายของพยางค์หน้าเป็นสระ และอักษรตัวแรกของพยางค์ที่ตามมาขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ ng (ง)
เช่น
สง่า = Sa–nga

3.2 เมื่ออักษรตัวสุดท้ายของพยางค์หน้าเป็น ng (ง) และอักษรตัวแรกของพยางค์ที่ตามมาขึ้นต้นด้วยสระ
เช่น
บังอร = Bang–on

3.3 เมื่ออักษรตัวแรกของพยางค์ที่ตามมาขึ้นต้นด้วยสระ เช่น สะอาด = sa–at, สำอาง =sam–ang

4. การแยกคำ

ในการถอดอักษรไทยเป็นอักษรโรมันให้เขียนแยกเป็นคำ ๆ เช่น

5. การใช้อักษรโรมันตัวใหญ่

5.1  อักษรตัวแรกของวิสามานยนาม และคำนำหน้านามที่อยู่หน้าคำวิสามานยนามนั้น ๆ ให้ใช้อักษรโรมันตัวใหญ่ เช่น

นายปรีดา อยู่เย็น = Nai Prida Yuyen
เด็กหญิงอุ้มบุญ ทองมี = Dekying Umbun Thongmi
ร้านร่วมเสริมกิจ = Ran Ruam Soem Kit
จังหวัดกำแพงเพชร = Changwat Kamphaeng Phet

5.2 อักษรตัวแรกของคำแรกในแต่ละย่อหน้าให้ใช้อักษรโรมันตัวใหญ่ เช่น

"ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จตามปรารถนาได้สมหมาย ... ตามพุทธภาษิตที่ยกมาข้างต้น"

ถอดเป็นอักษรโรมันได้ดังนี้

"Kho hai thuk khon prasop khwam samret tam pratthana dai sommai ... tam phutthaphasit thi yok ma khang ton"

 

7. การถอดคำทับศัพท์

7.1 คำทับศัพท์ที่เป็นวิสามานยนาม ให้เขียนตามภาษาเดิม เช่น

บริษัทเฟิสต์คลาส จำกัด = First Class Co. Ltd.

7.2 คำทับศัพท์ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิสามานยนาม และไม่ประสงค์จะแปลชื่อวิสามานยนามนั้น ให้เขียนคำทับศัพท์นั้นเป็นอักษรโรมัน ตามการออกเสียงในภาษาไทย เช่น

สถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ = Sathaban Theknoloyi Kankaset Mae Cho

8. การถอดเครื่องหมายต่าง ๆ

8.1 คำที่มีเครื่องหมายไม้ยมก ( ๆ ) ให้ถอดซ้ำคำ วลี หรือประโยคอีกครั้งตามหลักการอ่าน เช่น

ทำบ่อย ๆ = tham boi boi
ไฟไหม้ ๆ = fai mai fai mai

8.2 คำที่มีเครื่องหมายไปยาลน้อย ( ฯ ) ซึ่งย่อความของคำที่รู้จักกันดีแล้ว เช่น กรุงเทพฯ หรือคำที่เป็นแบบแผนซึ่งต้องอ่านเต็ม เช่น โปรดเกล้าฯ ให้ถอดเป็นอักษรโรมันเต็มตามคำอ่าน เช่น

กรุงเทพฯ = Krung Thep Maha Nakhon
โปรดเกล้าฯ = protklao protkramom
ทูลเกล้าฯ = thunklao thunkramom

8.3 คำที่มีเครื่องหมายไปยาลน้อย ( ฯ ) หากมีคำเต็มซึ่งใช้ในข้อความก่อนหน้านั้นแล้ว จะถอดเต็มตามคำอ่านหรือไม่ก็ได้ เช่น

กรมพระราชวังบวรฯ = Kromphraratchawangbowon Sathanmongkhon
หรือ Kromphraratchawangbowon

8.4 คำ ฯพณฯ ให้ถอดตามคำอ่าน คือ พะนะท่าน = Phanathan

8.5 เครื่องหมายไปยาลใหญ่ ( ฯลฯ ) ที่อยู่ท้ายข้อความซึ่งอ่านว่า "ละ" หรืออ่านว่า "และอื่น ๆ" ให้ถอดเป็นอักษรโรมันตามเสียงอ่านนั้น ๆ เช่น

ในตลาดมีเนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้ น้ำตาล น้ำปลา ฯลฯ = nai talat mi nueasat phak phonlamai namtan nampla la หรือ nai talat mi nueasat phak phonlamai namtan nampla lae uen uen

8.6 เครื่องหมายไปยาลใหญ่ ( ฯลฯ ) ที่อยู่กลางประโยคซึ่งอ่านว่า "ละถึง" ให้ถอดเป็นอักษรโรมันตามเสียงอ่าน เช่น

พยัญชนะไทย ๔๔ ตัว มี ก ฯลฯ ฮ = phayanchana thai si sip si tua mi ko la thueng ho

9. การถอดคำย่อ

9.1 คำย่อที่มาจากคำเต็มที่รู้จักกันดีและเป็นคำที่ไม่ยาวนัก ให้อ่านเต็มตามหลักการอ่าน และให้ถอดเป็นอักษรโรมันเต็มตามคำอ่าน เช่น

จ. ซึ่งย่อมาจากคำ จังหวัด = changwat
อ. ซึ่งย่อมาจากคำ อำเภอ = amphoe
ชม. ซึ่งย่อมาจากคำ ชั่วโมง = chuamong
น. ซึ่งย่อมาจากคำ นาฬิกา = nalika
พ.ศ. ซึ่งย่อมาจากคำ พุทธศักราช = phutthasakkarat
รร. ซึ่งย่อมาจากคำ โรงเรียน = rongrian

9.2 คำย่อที่มาจากคำประสมหลายคำและค่อนข้างยาว หรือยาวมาก จะถอดตามคำอ่านของตัวย่อ หรือถอดเต็มก็ได้ เช่น

อ.ตร. ย่อจาก อธิบดีกรมตำรวจ = otoro หรือ athipbodi krom tamruat
ผอ. ย่อจาก ผู้อำนวยการ = pho–o หรือ phu–amnuaikan
สปช. ย่อจาก สำนักงานคณะกรรมการการ- ประถมศึกษาแห่งชาติ

= sopocho หรือ Samnakngan Khanakammakan Kanprathomsueksa Haeng Chat

10. การถอดตัวเลข

ให้ถอดตามหลักการอ่านอักขรวิธีไทย โดยเขียนอักษรโรมันเต็มตามเสียงที่อ่านในภาษาไทย เช่น

4.50 บาท อ่านว่า สี่บาทห้าสิบสตางค์ = si bat ha sip satang
5.00 น. อ่านว่า ห้านาฬิกา = ha nalika
3.1.1 อ่านว่า สามจุดหนึ่งจุดหนึ่ง = sam chut nueng chut nueng
1:2 อ่านว่า หนึ่งต่อสอง = nueng to song
1+1 = 2 อ่านว่า หนึ่งบวกหนึ่งเท่ากับสอง = nueng buak nueng thaokap song
1000 อ่านว่า หนึ่งพัน = nueng phan