Education Menu
คำสอน

 




 
 

หลักการของพระเจ้า
 
  โครงร่างแห่งหลักการ (Outline of The Principle Level 4)  

 

บทที่ 11
ครอบครัวอับราฮัมในแผนการสําหรับการแก้ไข

เพราะผลจากความไม่เชื่อของฮาม แผนการสําหรับการแก้ไขในครอบครัวโนอาห์ไม่ประสบความสําเร็จ อย่างไรก็ตาม พระเจ้าทรงกําหนด ไว้ล่วงหน้าซึ่งเจตจํานงของพระองค์เพื่อบรรลุถึงความมุ่งหมายแห่งการสร้างสรรค์บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ และความจริงใจของโนอาห์ พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมเพื่อดําเนินแผนการของพระองค์ต่อไป ดังนั้นอับราฮัมจึงต้องสร้างพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรดซึ่งครอบครัวโนอาห์ล้มเหลวที่จะกระทำ

1. พื้นฐานแห่งศรัทธา
ก. บุคคลศูนย์กลางสําหรับการแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธา
ในแผนการของพระเจ้าสําหรับการแก้ไขโดยมีศูนย์กลางที่ครอบครัวอับราฮัม บุคคลศูนย์กลางเพื่อแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธาก็คือ อับราฮัม หลังจากช่วงระยะเวลาสี่ร้อยปีและชั่วอายุคนแห่งการชดใช้ จากเวลาของโนอาห์ พระเจ้าทรงเลือกอับราฮัมเพื่อแทนที่โนอาห์ อับราฮัมเป็นบุตรชายของเทราห์ซึ่งเป็นพวกบูชาเทวรูปดังนั้น เป็นที่รักของซาตาน พระเจ้าทรงเอาอับราฮัมขึ้นมาชดใช้เพื่อแก้ไขการที่ซาตานเอาฮามบุตรชายคนที่สองผู้ซึ่งอยู่ในตําแหน่งที่ถูกรักโดยพระเจ้า เพราะอับราฮัม อยู่ในตําแหน่งของโนอาห์ ดังนั้น อยู่ในตําแหน่งของอาดัม พระเจ้าจึงให้พรกับอับราฮัมโดยกล่าวว่าอับราฮัม "จะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร" และกล่าวว่า พระองค์จะทรงทําให้ลูกหลานของอับราฮัมกลายเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ (ปฐมกาล 12:2) "และพระองค์จึงพาเขาออกมากลางแจ้ง แล้วตรัสว่า "มองดูฟ้า ถ้าเจ้านับดาวทั้งหลายได้ก็นับไปเถิด เราคือพระเจ้าที่พาเจ้าออกมาจากเมืองเออร์ของชาวเคลเดีย เพื่อจะยกดินแดนนี้ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้า"" (ปฐมกาล 15:5-7) นี่เป็นสัญญาแห่งพรที่พระเจ้าประทานให้กับอับราฮัม

ข. เครื่องบูชาที่จําเป็นในการแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธา
1) เครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ

ในเวลานั้น อับราฮัมทูลถามว่าอะไรคือเงื่อนไขเพื่อที่จะได้รับพรของพระเจ้า "...ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์จะรู้ได้อย่างไรว่าจะได้ดินแดนนี้เป็นกรรมสิทธิ์" (ปฐมกาล 15:8)

พระเจ้าบัญชาให้อับราฮัมถวายลูกวัวตัวเมีย แกะตัวผู้กับแพะตัวเมีย นกพิราบกับนกเขา (ปฐมกาล 15:9) เครื่องบูชาสามชนิดเหล่านี้เป็นเครื่องบูชาที่จําเป็นสําหรับการแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธา มันเป็นสัญลักษณ์แทนสรรพสิ่งทั้งมวลแห่งเอกภพซึ่งบรรลุถึงความสมบูรณ์โดยผ่านสามขั้นของการเจริญเติบโต พูดอีกอย่างก็คือพระเจ้าทรงให้อับราฮัมถวายเครื่องบูชาคือลูกวัวตัวเมีย แกะตัวผู้กับแพะตัวเมีย นกพิราบกับนกเขาซึ่งเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของเอกภพทั้งปวงที่สูญเสียไปเนื่องจากการตกสู่บาป ดังนั้น เครื่องบูชานี้จึงถูกเรียกว่า "เครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์" นอกจากนี้เครื่องบูชาทั้งสามชนิดบนแท่นบูชายังมุ่งหมายเพื่อเป็นตัวแทนและแก้ไขในแนวราบสำหรับเงื่อนไขต่างๆ ที่ถูกรุกรานในสามชั่วอายุคนของแผนการแห่งการทํางานของพระเจ้าในแนวดิ่งในครอบครัวอาดัม โนอาห์และอับราฮัม

อับราฮัมถวายเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ซึ่งมีนัยสําคัญนี้อย่างไร เราอ่านพบในปฐมกาล 15:10-13 ว่าอับราฮัมผ่ากลางตัวเครื่องบูชาออกเป็นสองซีกและวางข้างละซีกตรงกัน เว้นแต่นกเขากับนกพิราบซึ่งไม่ได้ผ่า ฝูงเหยี่ยวบินลงมาที่เนื้อสัตว์เหล่านั้น และอับราฮัมก็ไล่ไป ในเวลาอาทิตย์ใกล้จะตกของเย็นวันนั้น พระเจ้าทรงปรากฏต่ออับราฮัมและตรัสว่า "...เจ้าจงรู้แน่เถิดว่าพงศ์พันธุ์ของเจ้าเป็นคนต่างด้าวในดินแดนซึ่งมิใช่ที่ของเขา และเขาจะต้องรับใช้ชาวเมืองนั้น ชาวเมืองนั้นจะบีบบังคับเขาถึงสี่ร้อยปี..." (ปฐมกาล 15:13) ฝูงเหยี่ยว (Bird of Prey) ลงมาที่เนื้อสัตว์เพราะว่าอับราฮัมไม่ได้ผ่าออกเป็นสองส่วน สิ่งนี้เป็นเหตุให้ชาวอิสราเอลต้องทนทุกข์ทรมานเป็นเวลาสี่ร้อยปีภายใต้การกดขี่ ขอให้เราพิจารณาความหมายของฝูงเหยี่ยวซึ่งลงมาที่เครื่องบูชา

ตั้งแต่การตกสู่บาปของมนุษย์ชายหญิงคู่แรก เมื่อไรก็ตามที่พระเจ้าทรงดําเนินการทํางานแห่งเจตจํานงของพระองค์ ซาตานก็เคลื่อนไหวเพื่อขัดขวางหนทางของพระเจ้า เมื่อคาอินและอาแบลถวายเครื่องบูชา ซาตานก็ "...หมอบอยู่ที่ประตู..." (ปฐมกาล 4:7) ในเวลาของโนอาห์ นกกาเป็นสัญลักษณ์ของซาตานผู้ซึ่งกําลังมองหาโอกาสเพื่อรุกรานครอบครัวโนอาห์ทันทีหลังจากการพิพากษาด้วยนํ้าท่วม (ปฐมกาล 8:7) ในทํานองเดียวกัน ในเวลาของการถวายเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ของอับราฮัม ข้อเท็จจริงที่ว่า ซาตานรุกรานเครื่องบูชา (ซึ่งเป็นผลจากเงื่อนไขต่างๆ ที่ถูกกระทํา) ถูกแสดงออกอย่างเป็นสัญลักษณ์ในพระคัมภีร์โดยฝูงเหยี่ยวที่ลงมาที่เครื่องบูชา

แล้วอะไรคือบาปของอับราฮัม นั่นคือความล้มเหลวในการผ่านกเขากับนกพิราบ ทําไมเครื่องบูชาจึงต้องถูกผ่า เนื่องจากการตกสู่บาป มนุษย์และโลกกลายเป็นที่อยู่ของทั้งความดีและความชั่ว ความมุ่งหมายของ แผนการแห่งการช่วยให้รอดคือ การบรรลุถึงความมุ่งหมายของแผนการแห่งการสร้างสรรค์ พระเจ้าทรงทํางานเพื่อบรรลุถึงความมุ่งหมายแห่งการสร้างสรรค์โดยการแยกความดีจากความชั่วร้ายทั้งในมนุษย์และโลก และแล้วทําลายความชั่วและขยายความดี ในการที่พระเจ้าจะทรงเกี่ยวข้องกับสิ่งใด สิ่งนั้นต้องถูกแยกออกจากซาตานอย่างเป็นสัญลักษณ์ก่อน ดังนั้น เครื่องบูชาจึงต้องถูกผ่าออก

ต่อเมื่ออาดัมถูกแบ่งออกเป็นสองลักษณะในตัวลูกชายของเขาคือ คาอินและอาแบล เท่านั้นที่เครื่องบูชาจะสามารถถูกสร้างขึ้น ในเวลาของโนอาห์ ความมุ่งหมายของพระเจ้าที่ทรงแยกความดีและความชั่วและแล้วทรงทําลายความชั่วร้ายโดยการให้นํ้าท่วมก็เพื่อแก้ไขอํานาจการปกครองแห่งความดีกลับคืนมา พระเจ้าทรงตั้งพระทัยให้อับราฮัมชดใช้ความล้มเหลวของอาดัมและโนอาห์ เพื่อแยกความดีและความชั่วอย่างเป็นสัญลักษณ์โดยการให้อับราฮัมผ่าเครื่องบูชาออกเป็นสองส่วน

ยิ่งไปกว่านั้นนัยสําคัญของการผ่าถวายเครื่องบูชาก็คือ มันจะสร้างเงื่อนไขของการแยกโลกของอํานาจการปกครองแห่งความดีออกจากโลกที่อยู่ภายใต้การครอบงําของซาตานอย่างเป็นสัญลักษณ์ นอกจากนั้น การผ่าถวายเครื่องบูชาและถ่ายเอาเลือดออกเป็นการชําระให้บริสุทธ์โดยการขจัดเอา "เลือดแห่งความตาย" ซึ่งถูกถ่ายทอดมาโดยความสัมพันธ์ทางสายเลือดกับซาตานออกไปอย่างเป็นสัญลักษณ์

การไม่ผ่าเครื่องบูชาออกเป็นสองส่วนเป็นเหมือนกับการไม่ได้แยกคาอินและอาแบล ทําให้ไม่มีกรรมแบบอาแบลสําหรับพระเจ้าที่จะทรงสัมพันธ์ ประการที่สอง หมายถึงความล้มเหลวในการแยกความดีและความชั่วหลังจากการพิพากษาด้วยนํ้าท่วมในเวลาของโนอาห์ ผลคือไม่มีกรรมแห่งความดีซึ่งพระเจ้าทรงสามารถดําเนินแผนการของพระองค์ ประการที่สาม หมายถึงความล้มเหลวในการบรรลุถึงพระประสงค์ของพระเจ้าในการแยก (อย่างเป็นสัญลักษณ์) โลกของอํานาจการปกครองแห่งความดีจากโลกซึ่งถูกครอบงําโดยซาตาน ความล้มเหลวในการแยกโลกที่ซึ่งพระเจ้าจะทรงสามารถมีอํานาจการปกครองในท้ายที่สุด เพราะการไม่ได้ผ่าเครื่องบูชาหมายถึงการไม่ได้ขจัดเอา "เลือดแห่งความตาย" ออกไป นั่นหมายความว่าเครื่องบูชาไม่ได้ถูกชําระให้บริสุทธิ์ เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงไม่สามารถเกี่ยวข้องกับเครื่องบูชานั้นได้ ดังนั้นถึงแม้ว่าโดยภายนอกอับราฮัมจะได้ถวายเครื่องบูชาต่อพระเจ้า แต่ถ้ามองจากความหมายของแผนการแห่งการทํางานของพระเจ้า เครื่องบูชานั้นไม่ได้ถูกแบ่ง และเพราะฉะนั้นจึงไม่ได้เป็นเครื่องบูชาซึ่งพระเจ้าจะทรงสามารถรับได้ เพราะว่าอับราฮัมถวายสิ่งซึ่งยังไม่ได้ถูกแบ่ง เครื่องบูชาของอับราฮัมจึงเท่ากับเป็นเครื่องบูชาต่อซาตาน และดังนั้นจึงถือว่าเป็นบาป

อะไรคือผลที่ตามมาของความผิดของอับราฮัมในการถวายเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ หลังจากอับราฮัมล้มเหลวในการถวายเครื่องบูชา พระเจ้าตรัสกับเขาว่า "เจ้าจงรู้แน่เถิดว่า พงศ์พันธุ์ของเจ้าจะเป็นคนต่างด้าวในดินแดนซึ่งมิใช่ที่ของเขา และเขาจะต้องรับใช้ชาวเมืองนั้น ชาวเมืองนั้นจะบีบบังคับเขาถึงสี่ร้อยปี..." (ปฐมกาล 15:13) นี่เป็นการลงโทษที่รุนแรง ถ้าสิ่งนี้เป็นการลงโทษสําหรับความผิดของอับราฮัม ทําไมมันจึงตกอยู่กับลูกหลานของอับราฮัม ไม่ใช่ตัวอับราฮัมเอง และทําไมจึงเป็นเวลาสี่ร้อยปี

เพราะอับราฮัมล้มเหลวในเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ ช่วงระยะเวลาสี่ร้อยปีแห่งการชดใช้ซึ่งจําเป็นในการค้นพบอับราฮัมซึ่งเป็นบุคคลศูนย์กลางได้ถูกรุกรานโดยซาตาน เพราะฉะนั้น ในทัศนะของพระเจ้า การแก้ไขสําหรับสี่ร้อยปีที่สูญเสียไปนั้นต้องการช่วงระยะเวลาอีกสี่ร้อยปีแห่งการแยกออกจากซาตาน และสิ่งนี้ไม่สามารถถูกทําได้โดยชั่วอายุคนของอับราฮัมเพียงลําพังเท่านั้น ดังนั้นลูกหลานของอับราฮัมจึงต้องแก้ไขช่วงระยะเวลาแห่งการชดใช้ที่สูญเสียไป สิ่งนี้ถูกทําโดยสี่ร้อยปีแห่งการถูกกดขี่ของชาวอิสราเอลในอียิปต์ ดังนั้นช่วงระยะเวลาของความทุกข์ทรมานจึงเป็นทั้งช่วงระยะเวลาของการลงโทษสําหรับความผิดของอับราฮัมในการถวายเครื่องบูชาและช่วงระยะเวลาเพื่อสร้างพื้นฐานของการแยกออกจากซาตานเพื่อประโยชน์ของแผนการอันใหม่ของพระเจ้า

ถ้าอับราฮัมได้ถวายเครื่องบูชาที่จําเป็นทั้งสามชนิดตามเจตจํานงของพระเจ้าหรือพูดอีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าการถวายเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ประสบความสําเร็จ พื้นฐานแห่งศรัทธาก็จะถูกแก้ไข และแล้วงานของการสร้างพื้นฐานแห่งแก่นสารก็จะเกิดขึ้นในครอบครัวของอับราฮัม โดยมีศูนย์กลางที่ลูกชายของเขา สิ่งที่เกี่ยวกับเงื่อนไขการชดใช้สําหรับการขจัดธรรมชาติที่ตกสู่บาประหว่างอิสอัค บุตรชายคนที่สองและอิชมาเอล บุตรชายคนแรกไม่มีการกล่าวถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้ในพระคัมภีร์ เพราะว่าอับราฮัมได้ล้มเหลวในการถวายเครื่องบูชาซึ่งจะต้องแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธา
2) การถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชาของอับราฮัม
หลังจากความล้มเหลวของอับราฮัมในเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ พระเจ้าทรงบัญชาให้เขาถวายอิสอัคเป็นเครื่องเผาบูชา (ปฐมกาล 22:2) ดังนั้นจึงเริ่มต้นแผนการอันใหม่ขึ้น ปฐมกาล 22:9-10 กล่าวว่า "เมื่อเขาทั้งสองมาถึงที่ซึ่งพระเจ้าตรัสบอกเขาไว้อับราฮัมก็สร้างแท่นบูชาที่นั่น เรียงฟืนเป็นระเบียบ แล้วมัดอิสอัคบุตรชายวางไว้บนแท่นบูชาบนฟืนแล้ว อับราฮัมก็ยื่นมือจับมีดจะฆ่าบุตรชาย" ด้วยความเชื่อที่สัมบูรณ์ อับราฮัมตกลงใจที่จะถวายบุตรชายของเขา อิสอัค ผู้ซึ่งได้รับมาเสมือนพรในเวลานี้เอง "ทูตสวรรค์ของพระเจ้า" ได้สั่งอับราฮัมว่า "...อย่าแตะต้องเด็กนั้นหรือกระทําอะไรเขาเลย เพราะบัดนี้เรารู้แล้วว่าเจ้ายําเกรงพระเจ้า ด้วยเห็นว่าเจ้ามิได้หวงบุตรชายของเจ้า แต่ยอมถวายบุตรชายคนเดียวของเจ้าให้เรา" (ปฐมกาล 22:12)

ในสายพระเนตรของพระเจ้า การถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชามีความหมายมากกว่าเพียงแค่การทดสอบความเชื่อของอับราฮัมเท่านั้น แผนการของพระเจ้าในการแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธาได้ก้าวไปข้างหน้าผ่านสามขั้นในครอบครัวของ อาดัม โนอาห์และอับราฮัม ถึงแม้ว่าอับราฮัมล้มเหลวในเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ของเขา แต่มันเป็นเจตจํานงของพระเจ้าว่าพื้นฐานแห่งศรัทธาจะต้องถูกแก้ไขในเวลาของอับราฮัมเพราะว่ามันเป็นความพยายามครั้งที่สาม

โดยการถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชา พระเจ้าทรงเปิดเผยแผนการอันใหม่ของพระองค์ในระดับใหม่สําหรับอับราฮัมผู้ซึ่งให้คุณค่าต่อพรของพระเจ้าอย่างลึกซึ้งที่จะฆ่าลูกชายตัวเองที่พระเจ้าประทานให้เสมือนพรของพระองค์ด้วยมือและถวายเป็นเครื่องบูชาให้กับพระเจ้า สิ่งนี้ทําให้หัวใจของอับราฮัมเจ็บปวดมากกว่าการถวายตัวเองเป็นเครื่องบูชาเสียอีก อับราฮัมสามารถถวายเครื่องบูชาที่ยากลําบากอย่างยิ่งนี้ในลักษณะที่ยอมรับได้ (ปฐมกาล 22:12) เพราะศรัทธาความเชื่อฟังและความซื่อสัตย์ที่สัมบูรณ์ของอับราฮัมต่อพระเจ้า

เมื่อพระเจ้าทรงบัญชาให้อับราฮัมถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชา สถานการณ์เป็นในลักษณะที่ว่าสรรพสิ่งทั้งมวลรวมทั้งอิสอัคได้ตกไปสู่เงื้อมมือของซาตานโดยความล้มเหลวในเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ในการแยกอิสอัคจากซาตาน พระเจ้าทรงขอให้อับราฮัมถวายอิสอัคเป็นเครื่องบูชาในจุดที่ซึ่งอับราฮัมเตรียมตัวเพื่อที่จะถวายเครื่องบูชา ความศรัทธาและเชื่อฟังที่สัมบูรณ์ หัวใจของอับราฮัมไม่ทิ้งช่องว่างใดสําหรับการกล่าวหาของซาตาน ดังนั้นซาตานต้องละทิ้งอิสอัค โดยการแยกออกจากซาตาน อิสอัค จึงยืนอยู่ในฝ่ายของสวรรค์ และพระเจ้าทรงบัญชาอับราฮัมว่าอย่าฆ่าอิสอัค เพราะในขณะนั้นพระเจ้าทรงแก้ไขอิสอัคผู้ซึ่งสูญเสียไปกลับคืนมาเมื่อพระเจ้าตรัสว่า "...บัดนี้เรารู้แล้ว..." ในปฐมกาล 22:12 เราสามารถเข้าใจได้ว่าพระองค์ทรงกําลังแสดงออกซึ่งความเสียพระทัยที่พระองค์รู้สึกต่อความล้มเหลวของอับราฮัมในการถวายเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ รวมทั้งความปีติของพระองค์ต่อความสําเร็จของอับราฮัมในการถวายอิสอัค อับราฮัมประสบความสําเร็จทั้งที่โดยข้อเท็จจริงแล้วมันเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่าการถวายชีวิตตัวเองเป็นเสมือนเครื่องเผาบูชาเสียอีก ในการถวายอิสอัค เป็นเครื่องบูชา อับราฮัมได้ฆ่าตัวเองอย่างเป็นสัญลักษณ์สําหรับความล้มเหลว และทําให้เกิดความเป็นไปได้สําหรับอิสอัคที่จะถูกตั้งขึ้นเป็นเสมือนอับราฮัมที่ได้รับการฟื้นคืนชีพ โดยการถวายเครื่องบูชา อับราฮัมยังบรรลุถึงเงื่อนไขการชดใช้เพื่อให้อิสอัคอยู่ในตําแหน่งของอับราฮัมเป็นเสมือนบุคคลศูนย์กลางสําหรับพื้นฐานแห่งศรัทธา แม้ว่าอับราฮัมและอิสอัคที่ได้รับการฟื้นคืนชีพจะเป็นบุคคลสองคนที่แยกจากกัน แต่จากแผนการแห่งการทํางานของพระเจ้า ทั้งคู่แทนบุคคลที่ได้รับการฟื้นคืนชีพคนเดียว ดังนั้น การถวายเครื่องบูชาอิสอัคจึงเป็นการย้ายตําแหน่งบุคคลที่เป็นศูนย์กลางจากอับราฮัมไปสู่อิสอัค ในแผนการแห่งการแก้ไขที่มีศูนย์กลางที่ครอบครัวอับราฮัม

2. พื้นฐานแห่งศรัทธาซึ่งมีศูนย์กลางที่อิสอัค
ก. บุคคลที่เป็นศูนย์กลางสําหรับการแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธา

อิสอัค ซึ่งเป็นตัวแทนอับราฮัมที่ฟื้นคืนชีพกลายเป็นบุคคลศูนย์กลางคนใหม่ เขาได้รับการฟื้นคืนชีพจากขอบแห่งความตาย การแสดงความเชื่อในพระเจ้าของอับราฮัมเป็นสิ่งที่น่ายกย่องสรรเสริญอย่างสูง แต่ตัวอิสอัคเองก็ได้แสดงความเชื่อที่ไม่สั่นคลอน เมื่ออิสอัคยอมรับชะตากรรมเป็นเสมือนเครื่องเผาบูชาด้วยหัวใจที่เชื่อฟัง เป็นสิ่งไม่ชัดเจนเท่าไรว่าอิสอัคอายุเท่าไรในเวลาของการถวายเครื่องบูชา แต่จากข้อเท็จจริงที่ว่า อิสอัคแบกฟืนเพื่อเอาไปใช้ในการถวายเครื่องบูชาและถามพ่อว่าแกะสําหรับเครื่องบูชานั้นอยู่ที่ไหน (ปฐมกาล 22:6-7) เป็นสิ่งที่ชัดเจนว่าอิสอัคมีอายุมากเพียงพอที่จะเข้าใจความตั้งใจของอับราฮัมในระดับหนึ่ง ถ้าอิสอัคต่อต้านแผนการซึ่งดูเหมือนไม่มีเหตุผลของพ่อที่จะฆ่าเขาเป็นเครื่องเผาบูชา พระเจ้าก็ทรงไม่สามารถรับเครื่องบูชานั้นได้ โดยสิ่งนี้เราสามารถเข้าใจได้ว่าอิสอัคเป็นบุคคลศูนย์กลางผู้ซึ่งมีความเชื่อฟังไม่ด้อยไปกว่าความซื่อสัตย์ของอับราฮัม

ข. เครื่องบูชาที่จําเป็นในการแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธา
เครื่องบูชาที่จําเป็นในการแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธาถูกบรรลุถึงโดยการถวายแกะตัวผู้ของอับราฮัมและอิสอัค "อับราฮัมเงยหน้าขึ้นมองดู เห็นข้างหลังท่านมีแกะตัวผู้ตัวหนึ่ง เขามองมันติดอยู่ในพุ่มไม้ทึบ อับราฮัม ก็ไปจับแกะนั้นมาถวายเป็นเครื่องเผาบูชาแทนบุตรชาย" (ปฐมกาล 22:13)

อับราฮัมถวายแกะตัวผู้ซึ่งพระเจ้าทรงเตรียมไว้ให้แทนอิสอัค มันเป็นสิ่งที่ง่ายที่จะจินตนาการภาพอิสอัคซึ่งเต็มไปด้วยความรู้สึกแห่งความปีติและความขอบคุณ เพราะว่าเขาได้รอดจากความตาย เต็มใจที่จะร่วมมือกับอับราฮัมในการถวายแกะตัวผู้เป็นเสมือนเครื่องเผาบูชา นี่เป็นเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ซึ่งแก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธาที่มีศูนย์กลางที่อิสอัค ถึงแม้ว่าอับราฮัมถวายแกะเป็นเครื่องบูชา แต่จากทัศนะของแผนการของพระเจ้า อิสอัคได้กลายเป็นหนึ่งกับอับราฮัมและได้สืบทอดภารกิจของ อับราฮัม ดังนั้นอิสอัคจึงเป็นผู้แก้ไขพื้นฐานแห่งศรัทธาโดยการชดใช้ด้วยการถวายเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์อย่างประสบความสําเร็จแทนที่พ่อของเขา

3. พื้นฐานแห่งแก่นสาร
บนพื้นฐานของพื้นฐานแห่งศรัทธาซึ่งอิสอัคได้สร้างขึ้น พื้นฐานแห่งแก่นสารต้องถูกสร้างขึ้นเพื่อบรรลุถึงพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรด เพื่อความมุ่งหมายนี้ ลูกชายสองคนของอิสอัค เอซาวและยาโคบต้องบรรลุถึงเงื่อนไขการชดใช้สําหรับการขจัดธรรมชาติที่ตกสู่บาป ถ้าเราพิจารณาสิ่งที่ปรากฏให้เห็นภายนอก การกระทําต่างๆ ในครอบครัวยาโคบทําให้เกิดคําถามมากมาย ทําไมฝาแฝด เอซาวและยาโคบจึงต่อสู้กันแม้กระทั่งในขณะที่อยู่ในครรภ์ของมารดา (ปฐมกาล 25:22,23) ทําไมพระเจ้าทรงรักบุตรชายคนที่สอง ยาโคบ ในขณะที่ทั้งสองยังคงอยู่ในครรภ์มารดา (โรม 9:13) ทําไมยาโคบเกิดพร้อมกับมือข้างหนึ่งจับที่ส้นเท้าของเอซาว (ปฐมกาล 25:26) ทําไมยาโคบจึงให้เอซาวสาบานเพื่อขายสิทธิบุตรหัวปีแก่เขาเพื่อแลกเปลี่ยนกับถั่วแดงต้ม (ปฐมกาล 25:32-34) ทําไมยาโคบจึงหลอกลวงพ่อที่ตาบอดอย่างฉลาดและเอาพรของเอซาวไป (ปฐมกาล 27:1-36) ทําไมพระเจ้าทรงรัก ปกป้องและให้ทรงพรกับยาโคบอย่างมากตลอดชีวิตทั้งที่ยาโคบได้ทําหลายสิ่งที่ดูเหมือนน่าสงสัย และแม้กระทั่งโดยสิ่งเหล่านี้ ทําไมพระเจ้าจึงทรงให้ยาโคบเป็นจุดเริ่มต้นของชนชาติที่ถูกเลือก

บันทึกของการต่อสู้ซึ่งกันและกันระหว่างเอซาวและยาโคบ แม้กระทั่งในขณะที่อยู่ในครรภ์ของมารดา บอกให้รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่ใช่เป็นเพียงความสัมพันธ์ธรรมดาระหว่างพี่ชายกับน้องชายเท่านั้น จากทัศนะของแผนการของพระเจ้า เอซาวและยาโคบเป็นการกระทําซํ้าแผนการของพระองค์ในการแยกคาอินและอาแบล โดยยาโคบและเอซาวเป็นตัวแทนของความดีและความชั่วตามลําดับ พระเจ้าทรง "รัก" ยาโคบ และ "เกลียด" เอซาว (โรม 9:11-13) แม้กระทั่งในขณะที่ทั้งสองยังอยู่ในครรภ์ เพราะว่าคนหนึ่งเป็นตัวแทนของความดีและอีกคนหนึ่งเป็นตัวแทนของความชั่ว

ยาโคบต้องเป็นบุคคลศูนย์กลางสําหรับพื้นฐานแห่งแก่นสาร ประการแรกทีเดียว ยาโคบต้องบรรลุถึงเงื่อนไขการชดใช้สําหรับการแก้ไขตําแหน่งของอาแบล ยาโคบบรรลุถึงเงื่อนไขนี้โดยการแก้ไขสิทธิบุตรหัวปีของครอบครัวกลับคืนมา พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เพราะว่าซาตานได้ควบคุมสรรพสิ่งของพระเจ้าโดยการล่อลวงเพื่อให้ได้ตําแหน่งบุตรหัวปี ดังนั้น ยาโคบจึงต้องบรรลุถึงเงื่อนไขบางอย่างซึ่งจะแก้ไขสิทธิบุตรหัวปี กลับมาสู่ฝ่ายของพระเจ้า

ยาโคบยังต้องบรรลุถึงเงื่อนไขต่างๆ เพื่อแก้ไขสิทธิบุตรหัวปีในระดับบุคคลด้วยปัญญาและไหวพริบ ยาโคบเอาสิทธิบุตรหัวปีจากพี่ชาย เอซาวโดยการซื้อด้วยขนมปังและถั่วแดงต้ม (ปฐมกาล 25:33,34) พระเจ้าทรงประทานพรแก่ยาโคบ เพราะยาโคบรู้ว่าสิทธิบุตรหัวปีมีคุณค่า และพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อแก้ไข นี่เป็นเหตุผลว่าพระเจ้าทรงยอมให้อิสอัค ให้พรแก่ยาโคบ (ปฐมกาล 27:27) ในอีกด้านหนึ่ง พระเจ้าไม่ได้ประทานพรแก่เอซาว เพราะเอซาวไม่เห็นคุณค่าของพรและขายสิทธิบุตรหัวปีเพียงเพื่อถั่วแดงต้มหนึ่งจาน
ประการที่สอง โดยผ่านช่วงระยะเวลายี่สิบเอ็ดปีแห่งงานหนักในฮารานซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนโลกแห่งซาตาน ยาโคบบรรลุถึงเงื่อนไขสําหรับการแก้ไขครอบครัวจากโลกแห่งซาตานไปสู่ฝ่ายของพระเจ้า
ประการที่สาม โดยผ่านยี่สิบเอ็ดปีในฮาราน และโดยการเอาชนะในการปลํ้าสู้กับทูตสวรรค์ ยาโคบบรรลุถึงเงื่อนไขสําหรับการแก้ไขอํานาจ การปกครองเหนือสรรพสิ่งทั้งมวล (ซึ่งถูกแทนโดยสิ่งของและทรัพย์สมบัติที่ได้มาจากลาบัน) เมื่อยาโคบกําลังกลับมาจากฮารานเพื่อไปสู่ดินแดนคานาอันที่พระเจ้าสัญญาไว้ ยาโคบปลํ้าสู้กับทูตสวรรค์ และชนะเหนือทูตสวรรค์ที่ท่าลุยข้ามแม่นํ้ายับบอก ในการทําสิ่งนี้ ยาโคบได้แก้ไขอํานาจการปกครองของมนุษย์เหนือทูตสวรรค์

โดยการแก้ไขอํานาจการปกครองเหนือตัวเอง เหนือครอบครัว เหนือสรรพสิ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหนือทูตสวรรค์ ยาโคบได้บรรลุถึงเงื่อนไขต่างๆ ที่ซึ่งพระเจ้าสามารถยอมรับได้ พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือยาโคบ บรรลุถึงเงื่อนไขต่างๆ ที่จําเป็นเพื่อสืบทอดพื้นฐานแห่งศรัทธาในแนวดิ่งซึ่งอิสอัคได้สร้างขึ้น และโดยการทําดังกล่าวก็ได้แก้ไขตําแหน่งอาแบลโดยการชดใช้และกลายเป็นบุคคลศูนย์กลางสําหรับพื้นฐานแห่งแก่นสาร ในหนทางนี้ เอซาวและยาโคบสร้างตําแหน่งคาอินและอาแบล เหมือนอย่างที่เคยเป็นในเวลาที่พระเจ้าทรงยอมรับเครื่องบูชาของอาแบล

ในการบรรลุถึงเงื่อนไขการชดใช้สําหรับการขจัดธรรมชาติที่ตกสู่บาป ประการแรกที่สุด เอซาวผู้ซึ่งอยู่ในตําแหน่งของคาอินต้องรักยาโคบผู้ซึ่งอยู่ในตําแหน่งของอาแบล ประการที่สอง เอซาวต้องยอมรับยาโคบเป็นเสมือนสื่อกลาง ประการที่สาม เอซาวต้องเชื่อฟังและยอมแพ้ต่อยาโคบและมาอยู่ภายใต้การปกครองของยาโคบ ประการที่สี่ เอซาวต้องยืนอยู่ในตําแหน่งของการทวีคูณ (ขยาย) ความดีโดยการสืบทอดความดีจากยาโคบผู้ซึ่งได้รับพรจากพระเจ้า

ความพยายามของยาโคบในการชี้นําเอซาวให้ต้อนรับตัวเขาเองกลับมาและยอมแพ้ยาโคบด้วยความยินยอมพร้อมใจของเอซาว เป็นสิ่งที่น่าสะเทือนใจอย่างยิ่ง แม้กระทั่งเมื่อยาโคบกําลังกลับจากฮารานไปสู่คานาอัน เอซาวยังมีความขุ่นเคืองต่อยาโคบ เพราะยาโคบได้เอาพรไป ดังนั้นเอซาวได้นําพวกสี่ร้อยคนไปพบกับยาโคบ เมื่อยาโคบ ได้รับข่าวนี้ก็อธิษฐานต่อพระเจ้าและทําทุกอย่างที่เขาสามารถทําได้

ยาโคบคิดว่า "...ข้าคงจะระงับโทสะของเอซาวได้ด้วยของกํานัลที่ส่งล่วงหน้าไป และภายหลังเมื่อข้าเห็นหน้าเขา บางทีเขาจะคืนดีกับข้า" (ปฐมกาล 32:20) โดยปราศจากความลังเลใจ ยาโคบส่งฝูงสัตว์มากกว่าห้าร้อยตัวที่ได้เป็นรางวัลสําหรับการทํางานหนักในฮารานให้เป็นของ กํานัลแก่เอซาว ยาโคบยังวางแผนการเผื่อเอาไว้อีกอันหนึ่ง โดยแบ่งคนและฝูงสัตว์ออกเป็นสองพวก เพื่อที่ว่าพวกหนึ่งจะหนีได้ถ้าเอซาวโจมตีพวกหนึ่ง (ปฐมกาล 32:7-8) เมื่อยาโคบกําลังจะไปพบเอซาว ยาโคบ จัดให้ภรรยาและลูกที่รักอยู่หลังที่สุดเพื่อว่าเขาทั้งหลายจะเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่เพื่อจะหนีถ้าจําเป็น (ปฐมกาล 33:2) ยาโคบเองเดินออกหน้าไปก่อน กราบลงถึงดินเจ็ดหน จนเข้าใกล้พี่ชาย (ปฐมกาล 33:3) ยาโคบ ถ่อมตัวเองอย่างมากโดยพูดกับเอซาวว่า "..เพราะแท้จริงเมื่อข้าพเจ้าเห็นหน้าท่านก็เหมือนเห็นพระพักตร์ของพระเจ้า เพราะท่านต้อนรับข้าพเจ้าอย่างดี" (ปฐมกาล 33:10)

ยาโคบได้ทําดีที่สุดเพื่อบรรลุถึงเจตจํานงของพระเจ้าและเพื่อเปลี่ยนหัวใจของเอซาวที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังไปสู่หัวใจซึ่งจะสวมกอดด้วยความรัก เอซาวรู้สึกประทับใจความพยายามและความจริงใจของยาโคบ และต้อนรับยาโคบ ปฐมกาล 33:4 กล่าวต่อไปว่า "...เอซาววิ่งออกไปต้อนรับ กอดและซบหน้าลงที่คอจุบเขา ต่างก็ร้องไห้" เพราะเอซาวรักและต้อนรับยาโคบกลับมาทั้งที่ยาโคบเอาสิทธิบุตรหัวปีไปจากเอซาว ดังนั้น เงื่อนไขการชดใช้สําหรับการขจัดธรรมชาติที่ตกสู่บาปก็ถูกบรรลุถึง

ก. จุดเริ่มต้นของประชาชนที่ถูกเลือก
ชัยชนะของยาโคบไม่ใช่ชัยชนะเฉพาะตัวของบุคคลหนึ่งเท่านั้น ยาโคบ เป็นมนุษย์ที่ตกสู่บาปคนแรกที่ได้รับชัยชนะสําหรับฝ่ายของพระเจ้าโดยการเอาชนะเหนือทูตสวรรค์บนหนทางจากฮารานไปสู่คานาอัน ยาโคบได้บรรลุถึงเงื่อนไขการชดใช้สําหรับการแก้ไขการปกครองของมนุษย์เหนือทูตสวรรค์ สําหรับสิ่งนี้เขาถูกเรียกว่าอิสราเอลและถูกเลือกเป็นพื้นฐานสําหรับการสร้างชนชาติที่ถูกเลือก (ปฐมกาล 35:10-11) ในอพยพ 3:6 พระเจ้าตรัสว่า"...เราเป็นพระเจ้าของบิดาเจ้า เป็นพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ" สิ่งนี้หมายความว่าเจตจํานงของพระเจ้าสําหรับอับราฮัมได้บรรลุถึงโดยอิสอัคและยาโคบ หมายความว่าจากทัศนะของแผนการของพระเจ้าสามชั่วอายุคนนี้ถูกถือว่าเป็นหนึ่งเดียว ยาโคบได้นํามาซึ่งการยอมแพ้โดยยินยอมพร้อมใจของเอซาวเพื่อที่ว่าเอซาวจะสามารถบรรลุถึงเงื่อนไขการชดใช้สําหรับการขจัดธรรมชาติที่ตกสู่บาป นี่เป็นครั้งแรกที่ว่าฝ่ายของพระเจ้า (อาแบล) ได้ทําให้ฝ่ายของซาตาน (คาอิน) ยอมแพ้

ในหนทางเช่นนี้ พระเจ้าทรงตั้งบุคคลที่ได้รับชัยชนะคนหนึ่งและครอบครัวที่ได้รับชัยชนะครอบครัวหนึ่งขึ้นก่อนบุคคลและครอบครัวซึ่งได้บรรลุถึงเงื่อนไขการชดใช้สําหรับการทําให้ซาตานยอมแพ้ จากจุดเริ่มต้นนี้ พระเจ้าทรงยกและพัฒนาชนชาติที่ถูกเลือกขึ้น มองดูจากความเข้าใจนี้ การที่ชาวอิสราเอลกลายเป็นชนชาติที่ถูกเลือกนั้นเป็นผลจากชัยชนะเฉพาะตัวของยาโคบในการเอาชนะเหนือฝ่ายของซาตาน

เส้นทางของยาโคบได้วางแบบแผนสําหรับการเอาชนะเหนือซาตาน และแบบแผนนี้จะต้องถูกปฏิบัติตามโดยทุกคนที่มาหลังจากเขา โมเสสและผู้เผยพระวจนะทั้งหลายได้ไปในเส้นทางแบบแผนนี้ด้วย และชาวอิสราเอลทั้งมวลก็ต้องผ่านไปในเส้นทางนี้เช่นกัน ประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ซึ่งแสดงให้เห็นถึงเส้นทางแบบแผนสําหรับการเอาชนะเหนือซาตานในระดับชาติ ดังนั้นประวัติศาสตร์ของชนชาติอิสราเอลจนกระทั่งถึงเวลาของการเสด็จมาของพระเยซูจึงเป็นประวัติศาสตร์ศูนย์กลางของแผนการแห่งการแก้ไข นี่เป็นเหตุผลว่าพระคัมภีร์กล่าวถึงประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลอย่างละเอียด แม้ว่าจะดูเหมือนไม่มีอะไรเกี่ยวกับเราทุกวันนี้ก็ตาม

ในขณะนี้ ขอให้เราพิจารณาความหมายของข้อความใน โรม 9:13 ที่ซึ่งเราอ่านพบว่าพระเจ้าทรง "เกลียด" เอซาวแม้กระทั่งในขณะที่ทั้งสองยังอยู่ในครรภ์ ข้อความนี้หมายความเพียงแต่ว่าพระเจ้าทรงกําลังทํางานเพื่อบรรลุถึงแผนการสําหรับการแก้ไขโดยการชดใช้ ตามหลักการของแผนการสําหรับการแก้ไขโดยการวางเอซาวในตําแหน่งคาอิน หลังจากที่เอซาวบรรลุถึงความรับผิดชอบของเขาโดยการยอมรับและการรักยาโคบ เขาจะอยู่ในตําแหน่งคาอินที่ได้รับการแก้ไข และก็จะได้รับความรักและพรของพระเจ้าในที่สุด (ปฐมกาล 36:7)

ข. พื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรด
หลังจากความล่าช้าหลายครั้งหลายคราว ซึ่งเกิดขึ้นโดยความล้มเหลวของบุคคลศูนย์กลาง ในแผนการสําหรับการแก้ไขพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรด ซึ่งถูกเสาะแสวงหาตั้งแต่เวลาของอาดัม ในที่สุดก็ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกในเวลาของครอบครัวอิสอัค

แต่เพราะว่าอับราฮัมล้มเหลวในการถวายเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์ ลูกหลานอับราฮัมจึงยังคงต้องผ่านช่วงระยะเวลาแห่งการชดใช้สี่ร้อยปีแห่งการกดขี่ ดังนั้น แม้ว่าลูกหลานของอิสอัคจะได้สร้างพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรดก็ตาม เขาทั้งหลายจะสามารถรับพระองค์ได้ก็ต่อเมื่อผ่านช่วงระยะเวลาแห่งการชดใช้นี้แล้วเท่านั้น แน่นอน เป็นไปไม่ได้ที่ว่าครอบครัวอิสอัคจะประกอบด้วยบุคคลเดียวกันตลอดสี่ร้อยปี ระหว่างเวลานี้ ครอบครัวอิสอัคขยายและเจริญเติบโตขึ้นเป็นเผ่าต่างๆ และเป็นชาติขึ้นหลังจากช่วงระยะเวลาแห่งความทุกข์ทรมาน ลูกหลานเหล่านั้น ผู้ซึ่งได้สร้างพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรดในระดับครอบครัวต้องสร้างพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรดในระดับชาติขึ้น

เพราะว่าพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรดที่ถูกสร้างขึ้นในครอบครัวอิสอัค กลายเป็นพื้นฐานสําหรับการเริ่มต้นเส้นทางแห่งการชดใช้ซึ่งจะต้องสร้างพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรดในระดับชาติ มองย้อนกลับไป ชัยชนะเฉพาะตัวของยาโคบก็นํามาซึ่งการสร้างครอบครัวที่ซึ่งพระเจ้าทรงสามารถมีความสัมพันธ์ด้วยได้ และแล้วโดยมีศูนย์กลางที่ครอบครัวนี้ ในยุคสมัยต่อมาพระเจ้าก็ได้เริ่มต้นแผนการของพระองค์เพื่อสร้างพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรดในระดับชาติ โดยทางฝ่ายภายใน พระเจ้าทรงขยายพื้นฐาน สําหรับพระผู้มาโปรดในระดับครอบครัวไปสู่ระดับชาติ อย่างไรก็ตาม โดยทางฝ่ายภายนอก ลูกหลานของอิสอัคต้องผ่านสี่ร้อยปีแห่งการถูกกดขี่ เป็นการชดใช้สําหรับความล้มเหลวของอับราฮัม

ดังนั้นลูกชายสิบสองคนของยาโคบและสมาชิกเจ็ดสิบคนของครอบครัวไปสู่อียิปต์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโลกของซาตาน และอยู่ที่นั่นตลอดสี่ร้อยปีแห่งการกดขี่ โดยการแยกเขาเหล่านั้นอีกครั้งหนึ่งจากซาตานผู้ซึ่งได้รุกรานก่อนหน้านี้ เหตุการณ์นี้จะยกประชาชนที่ถูกเลือกขึ้นไปถึงจุดที่ซึ่งพระเจ้าทรงสามารถมีความสัมพันธ์ในความรักได้ และแล้วพระเจ้าทรงวางแผนการเพื่อนําประชาชนที่ถูกเลือกกลับสู่คานาอันเพื่อสร้างพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรดในระดับชาติ บนพื้นฐานนั้น พระผู้มาโปรดจะสามารถเสด็จมาและบรรลุถึงแผนการสําหรับการแก้ไข

พระเจ้าทรงรัก ปกป้องชาวอิสราเอลและทรงส่งผู้เผยพระวจนะมากมายไปสู่บุคคลเหล่านั้นเพื่อเตรียมพื้นฐานสําหรับพระผู้มาโปรด หลังจากที่ชาวอิสราเอลได้รับการยอมแพ้ของซาตานอย่างเป็นสัญลักษณ์ พระเจ้าจึงจะประทานพระผู้มาโปรดมาผู้ซึ่งเป็นผลของแผนการของพระองค์ เป็นพระวิหารที่แท้จริง แบบอย่างที่สร้างขึ้นโดยยาโคบในตําแหน่งอาแบล ในการนํามาซึ่งการยอมแพ้ของเอซาว (ในตําแหน่งคาอิน) ควรจะปรากฏผลในความสัมพันธ์ท้ายสุดระหว่างพระผู้มาโปรด (อาแบล) และอิสราเอลซึ่งเป็นตําแหน่งของมวลมนุษยชาติ (คาอิน) ดังนั้นในฐานะตัวแทนของมนุษยชาติ ชนชาติที่ถูกเลือกต้องบรรลุถึงภารกิจโดยการรัก เชื่อฟังและรับใช้พระผู้มาโปรดผู้ซึ่งเป็นอาแบลสําหรับมวลมนุษยชาติ