Education Menu
คำสอน

 

 

 
 
ยัง วี คิม

  โอวาทผู้นำ  
 


พ่อแม่ฝ่ายวิญญาณและลูกฝ่ายวิญญาณ

โดย ยัง วี คิม 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1983

เช้านี้ ผมอยากจะพูดเกี่ยวกับชีวิตฝ่ายวิญญาณของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกี่ยวกับพ่อแม่ฝ่ายวิญญาณและลูกฝ่ายวิญญาณ เราควรเรียนรู้ในการไปในหนทางนี้ร่วมกับพ่อแม่ที่แท้จริงของเรา เพื่อที่จะเข้าใจสิ่งนี้ เราต้องย้อนกลับไปในสมัยอาดัมเอวา พระเจ้าได้ทรงสร้างอาดัมและเอวาขึ้น เมื่ออาดัมและเอวายังเป็นเด็กเล็กๆ เขาต้องเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากพระเจ้า ลักษณะพิเศษประการหนึ่งของเด็กก็คือความสามารถในการเลียนแบบผู้อื่น เด็กจะรับเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเห็นโดยทันที ดังนั้น อาดัมและเอวาควรเรียนรู้หัวใจของพระเจ้าและวิญญาณแห่งการรับใช้ตั้งแต่สมัยที่เขายังเป็นเด็ก เพื่อว่า เมื่อเขาเติบใหญ่ขึ้นมา เขาจะสามารถเข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้นและมากขึ้น โดยผ่านชีวิตประจำวันของเขา เมื่อเขาอายุยี่สิบขวบ เขาก็สามารถกลายเป็นบุตรของพระเจ้าอย่างเป็นธรรมชาติได้จริงๆ หลังจากที่เขามาถึงขั้นนี้แล้ว โดยพรมงคลสมรสของพระเจ้า เขาสามารถมีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากันได้ และโดยการผ่านไปในชีวิตในขั้นที่สองนี้ เขาก็จะต้องเรียนรู้มากขึ้น และแล้ว โดยการกลายเป็นสามีภรรยา เขาก็สามารถที่จะกลายเป็นเหมือนกับพระเจ้าได้

ดังที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า เราถูกสร้างขึ้นโดยพระเจ้า ดังนั้น เมื่อสามีภรรยากลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ลูกก็จะเกิดขึ้นจากเขาทั้งสอง และโดยการมีลูก เขาก็จะมีประสบการณ์และเข้าใจหัวใจแบบพ่อแม่ของพระเจ้า ก่อนหน้านั้น เขาไม่สามารถรู้และเข้าใจหัวใจแบบพ่อแม่ของพระเจ้าได้ ก่อนถึงเวลานั้น เขาไม่สามารถรู้หรือเข้าใจสิ่งนี้ได้ นี่ควรเป็นหนทางเริ่มแรกของชายและหญิง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการตกสู่บาป เราไม่สามารถมีประสบการณ์เช่นนั้นได้ อีกทั้งเราก็ไม่สามารถผ่านไปในสภาวะเริ่มแรกที่ชายและหญิงนั้นควรจะได้ผ่านไป เราไม่สามารถเรียนรู้จากพระเจ้า แต่เรากลับเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากซาตานแทน สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากโลกที่ตกสู่บาปนี้ก็คือประเพณีของซาตาน ไม่ใช่ของพระเจ้า ดังนั้น แม้ว่ามนุษย์ทั้งหลายจะถูกพระเจ้าสร้างขึ้นมาก็ตาม แต่มนุษย์ก็ไม่เข้าใจพระเจ้าและแม้กระทั่งปฏิเสธการดำรงอยู่ของพระองค์

แล้วเราจะสามารถกลับไปสู่สภาวะเริ่มแรกได้อย่างไร? ที่ผ่านมา ไม่มีใครสามารถทำสิ่งนี้ได้ไม่ว่าเขาจะพยายามมากเพียงใดก็ตาม คริสตชนมากมายพยายามที่จะกลับสู่พระเจ้า พยายามที่จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์แต่ก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ดังนั้น ชายคนหนึ่งและหญิงคนหนึ่งต้องบุกเบิกหนทางและผ่านไปในเส้นทางนี้จริงๆ เขาต้องบรรลุเป้าหมายด้วยตัวของเขาเองและเปิดหนทางสำหรับมนุษย์ที่ตกสู่บาปทั้งหลาย เขาผู้นั้นก็คือพ่อแม่ที่แท้จริง เราต้องติดตามหนทางของพ่อแม่ที่แท้จริงโดยการผ่านไปในขั้นต่างๆ ที่เหมือนกับพ่อแม่ที่แท้จริง ดังนั้น ก่อนอื่น เราต้องเกิดอีกครั้งเป็นเสมือนลูก

เราสามารถเกิดใหม่ได้อย่างไร? เมื่อคุณเป็นพยานกับใครสักคน คุณกลายเป็นพ่อแม่ฝ่ายวิญญาณและเขาก็กลายเป็นลูกฝ่ายวิญญาณของคุณ เพื่อที่จะเป็นลูกฝ่ายวิญญาณ นั่นหมายความว่าเขาต้องเกิดใหม่อีกครั้งเสมือนทารกเกิดใหม่ เขาต้องเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากพ่อแม่ฝ่ายวิญญาณของเขา ดังนั้น ในฐานะพ่อแม่ฝ่ายวิญญาณ คุณก็อยู่ในตำแหน่งพ่อแม่ที่แท้จริงและพระเจ้า คุณต้องสอนเขาเกี่ยวกับหัวใจของพระเจ้า พระวจนะของพระองค์ และหนทางชีวิตของพระองค์ ในฐานะลูกฝ่ายวิญญาณ เขาก็ควรสืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้จากคุณ เมื่อคุณทำเช่นนี้แล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างลูกฝ่ายวิญญาณกับพ่อแม่ฝ่ายวิญญาณก็จะเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตาม ในหลายๆ กรณี เราอ้างสิทธิความเป็นพ่อแม่ฝ่ายวิญญาณแต่ไม่บรรลุความรับผิดชอบที่ติดมากับความเป็นพ่อแม่ฝ่ายวิญญาณนั้นด้วย

อีกทั้ง เนื่องจากบ่อยครั้งที่เรามีการย้ายจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งซึ่งทำให้พ่อแม่ฝ่ายวิญญาณมากมายไม่ได้อยู่ด้วยกันกับลูกฝ่ายวิญญาณของเขา ดังนั้น หน้าที่ของพ่อแม่ฝ่ายวิญญาณจึงถูกโอนให้กับหัวหน้าศูนย์ โดยผ่านหัวหน้าศูนย์ เราควรเรียนรู้พระวจนะของพระเจ้า หัวใจของพระเจ้า และวิญญาณแห่งการรับใช้จากหัวหน้าศูนย์ ในโลกที่ตกสู่บาป พ่อแม่ที่แท้จริงและผู้นำฝ่ายวิญญาณนั้นจำเป็นสำหรับเรา แน่นอน เราสามารถเรียนรู้จากผู้นำของเรา แต่เพราะว่าเขายังไม่เป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าและพ่อแม่ที่แท้จริงอย่างบริบูรณ์ เราจึงไม่สามารถเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจากเขาอย่างที่เราคาดหวังจะเรียนรู้ได้

บุคคลของพระเจ้าคือผู้ที่มิได้มีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง พระเจ้าทรงให้ความรักและการปรนนิบัติ ดังนั้น เราเองจึงต้องเรียนรู้สิ่งนี้ ในตัวอักษรจีนนั้นง่ายที่จะทำให้เข้าใจชัดเจน แต่ในภาษาอังกฤษนั้นยาก อะไรคือสิ่งที่ตรงข้ามกับคนที่มีศูนย์กลางที่ตนเอง? บางที เราสามารถเรียกมันว่า คนที่ไม่มีศูนย์กลางที่ตนเอง ที่ซึ่งมิได้มีชีวิตอยู่เพื่อตนเอง แต่มีชีวิตอยู่เพื่อผู้อื่น เหมือนกับพ่อแม่ที่มีชีวิตอยู่เพื่อลูก เช่นเดียวกัน ลูกต้องมีชีวิตอยู่เพื่อพ่อแม่ของเขา สามีภรรยาก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อกันและกัน มันเหมือนกับการให้ก่อน เราต้องประยุกต์ใช้สิ่งนี้กับความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้าและพ่อแม่ที่แท้จริง เรามีชีวิตอยู่เพื่อพ่อแม่ที่แท้จริงและพ่อแม่ที่แท้จริงก็มีชีวิตอยู่เพื่อเรา นี่เป็นสิ่งแรกที่เราต้องเรียนรู้ อันดับต่อไปก็คือความสัมพันธ์ของการแต่งงาน เช่นเดียวกับที่สามีมีชีวิตอยู่เพื่อภรรยาของเขา ภรรยาก็ต้องมีชีวิตอยู่เพื่อสามีของเธอ ในตอนแรก เราอยู่ในตำแหน่งลูก แล้วจึงอยู่ในตำแห่งคู่ครอง และในท้ายที่สุดก็อยู่ในตำแหน่งพ่อแม่ โดยการผ่านตำแหน่งทั้งสามเหล่านี้ เราก็เข้าใกล้พระเจ้ามากยิ่งขึ้น

การที่เราได้รับพรมงคลสมรสที่ขั้นเติบโตซึ่งเป็นขั้นก่อนที่เราจะไปถึงขั้นบริบูรณ์นั้นก็เพื่อว่าเราจะสามารถสืบทอดหัวใจของพระเจ้าโดยผ่านความสัมพันธ์ของสามีภรรยา และโดยผ่านความสัมพันธ์ดังกล่าว เราจึงสามารถมีประสบการณ์ของการเป็นพ่อแม่ได้ อันที่จริง ทั้งสองขั้นตอนนี้ควรเป็นประสบการณ์ที่เราได้รับหลังจากเราสมบูรณ์แล้ว แต่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เราได้รับพรมงคลสมรสก่อน มันเกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์ที่ตกสู่บาปจะสืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างจากพระเจ้า นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม้เราจึงถูกให้พรมงคลสมรสนี้ก่อน โดยความสัมพันธ์ของการแต่งงาน เราจึงจะสามารถเข้าใจเกี่ยวกับพระเจ้า ความรักของพระองค์ และวิญญาณแห่งการรับใช้ของพระองค์ และเช่นเดียวกัน โดยการมีลูกของเราเอง เราจึงจะสามารถเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระเจ้า โดยผ่านสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราสามารถไปถึงขั้นบริบูรณ์ได้ ดังนั้น เส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่แตกต่างจากเส้นทางเริ่มแรกที่เราควรไป ความหมายของการปล่อยให้เรามีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยาและให้เรามีลูกนั้นก็เพื่อทำให้เรากลายเป็นชายหญิงที่สมบูรณ์

เนื่องจากคุณได้รับพรมงคลสมรสในฐานะมนุษย์ที่ยังไม่สมบูรณ์ มันจึงอาจจะยากที่จะรวมเป็นหนึ่งกับคู่ครองของคุณ ดังนั้น คุณต้องต่อสู้กับธรรมชาติที่ตกสู่บาปของคุณที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวของคุณ โดยการผ่านไปในความสัมพันธ์ของสามีภรรยา คุณจึงจะสามารถกลายเป็นพ่อแม่ได้ ดังนั้น ความสัมพันธ์นี้จึงมีความสำคัญที่สุด นี่เป็นเวลาที่วิกฤตอย่างยิ่ง ถ้าคุณเอาชนะความยากลำบากและผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ คุณก็จะสามารถประสบความสำเร็จและเข้าใกล้ความสมบูรณ์ และคุณก็จะรุ่งเรือง แต่ถ้าคุณล้มเหลวคุณก็จะตกต่ำ คุณจะต้องเริ่มทุกอย่างใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง ดังนั้น ในขั้นตอนของการแต่งงานที่สามีภรรยาอยู่ด้วยกันนั้นเป็นจุดตัดสินใจที่ซึ่งเป็นจุดที่ยากที่สุด คุณต้องอธิษฐานอย่างหนักและพยายามให้ดีที่สุด นี่ก็เป็นจุดวกกลับที่คุณเกิดใหม่ออกมาจากธรรมชาติที่ตกสู่บาป โดยปราศจากการขจัดธรรมชาติที่ตกสู่บาปตามที่พระเจ้าทรงคาดหวังไว้ คุณก็ไม่สามารถผ่านขั้นนี้ไปได้ ดังนั้น เมื่อคุณมีลูกของคุณเองและกลายเป็นครอบครัวขึ้นมาเมื่อไร เรารู้ว่าครอบครัวนั้นเป็นหน่วยพื้นฐานของอาณาจักรสวรรค์ และโดยการมีชีวิตครอบครัวที่เป็นปกติเช่นนี้ คุณก็กลายเป็นบุคคลของพระเจ้า และลูกของคุณก็กลายเป็นคนปกติคนหนึ่ง คุณต้องสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณได้เรียนรู้มาจากพ่อแม่ฝ่ายวิญญาณของคุณหรือผู้นำของคุณให้กับเขา เพราะว่าครอบครัวเป็นสถานที่ฝึกฝนเพื่อให้มนุษย์เข้าอาณาจักรสวรรค์

ก่อนที่จะมีครอบครัวของคุณเอง คุณมีประสบการณ์ชีวิตในศูนย์ที่ซึ่งฝึกฝนคุณสำหรับครอบครัวของคุณ ผู้นำเปรียบเสมือนพ่อแม่ของคุณและคุณก็เปรียบเสมือนลูก ในแนวราบ คุณเป็นพี่น้องกัน ดังนั้น คุณควรเรียนรู้ที่จะรับใช้และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และพยายามเข้าใจความรู้สึกและหัวใจของกันและกัน เราควรมีความสัมพันธ์เช่นนี้ในศูนย์ของเรา
เราต้องนำเอาพระเจ้าและพ่อแม่ที่แท้จริงเข้ามาสู่หัวใจของเรา มิฉะนั้น เราก็ไม่สามารถสร้างครอบครัวที่มีศูนย์กลางที่พระเจ้าได้ เมื่อเรามีครอบครัวเช่นนี้แล้ว เราก็สามารถอยู่ร่วมกันกับครอบครัวอื่นๆ ได้โดยมีชีวิตอยู่และเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวของเราก็กลายเป็นครอบครัวที่อยู่เพื่อสังคม ชาติ และโลก ถ้าครอบครัวของคุณอยู่ในสถานที่หนึ่งเช่นอยู่ในเยอรมัน มันเป็นไปได้อย่างไรที่จะเป็นครอบครัวที่อยู่เพื่อโลก? สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณไปไกลเกินกว่าความสำนึกในความเป็นชาติ ถ้าคุณเพียงคิดว่าคุณเป็นคนเยอรมัน คุณก็จำกัดตัวคุณเองไว้แค่ความสำนึกในความเป็นชาติ แล้วคุณก็ไม่สามารถกลายเป็นบุคคลของโลก คุณต้องไปไกลเกินกว่าความสำนึกในความเป็นชาติหรือสีผิวทั้งหมด เมื่อคุณรู้สึกในหัวใจของคุณว่าทุกคน ทั้งผิวขาว ผิวเหลือง และผิวดำ ล้วนเป็นพี่น้องของคุณ และเมื่อคุณทำลายอุปสรรคทั้งหมดในจิตใจและหัวใจของคุณลง คุณก็กลายเป็นบุคคลของโลก และถ้าครอบครัวของคุณก็มีชีวิตด้วยจิตวิญญาณเช่นนั้นด้วยแล้วละก็ ครอบครัวของคุณก็จะกลายเป็นครอบครัวของโลก เหตุผลที่เดี๋ยวนี้เรามีสมาชิกต่างประเทศมากมายในยุโรปก็คือ เพื่อทำลายอุปสรรคของชาติและเชื้อชาติลง เมื่อคุณรู้สึกจริงๆ แล้วว่าเขาเหล่านั้นเป็นพี่น้องของคุณ คุณก็สามารถกลายเป็นบุคคลของพระเจ้าได้ นี่คืออีกขั้นหนึ่งที่เราต้องผ่านไป

เป้าหมายมูลฐานของเราก็คือการไปสู่ความสมบูรณ์ เราควรหมั่นอธิษฐานสำหรับสิ่งนี้เสมอ ในหลายๆ กรณี เมื่อคุณถูกขอให้อธิษฐานสำหรับบางสิ่งบางอย่างในบางวันหรือบางสัปดาห์ คุณอธิษฐานสั้นมาก แต่นั่นมันไม่เพียงพอ คุณจะไม่สามารถทำสิ่งใดสำเร็จได้เลยด้วยการอธิษฐานแบบนี้ เมื่อคุณอธิษฐานสำหรับบางสิ่งบางอย่าง คุณต้องอธิษฐานมากกว่า 21 วัน หรือถ้าเป็นไปได้ก็ให้มากกว่า 40 วัน คุณควรอธิษฐานอย่างต่อเนื่องสำหรับความสมบูรณ์ของคุณ ไม่ใช่แค่ 40 วัน หลังจากที่ได้อธิษฐานไปแล้วหลายๆ วัน คุณก็จะสามารถรู้สึกบางสิ่งบางอย่างในหัวใจของคุณ บางสิ่งจะปรากฏแก่คุณ ถ้าคุณอธิษฐานบ้างไม่อธิษฐานบ้าง หรืออธิฐานเพียงแค่สั้นๆ มันจะไม่ช่วยอะไรเลย คุณต้องอธิษฐานอย่างต่อเนื่อง แล้วคุณจะรู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างเปลี่ยนไป เราต้องมีความสำนึกเช่นนี้

เมื่อบางสิ่งบางอย่างของคุณกับคู่ครองของคุณไปด้วยกันไม่ได้ คุณต้องอธิษฐานสำหรับสิ่งนี้ มันควรจะต้องมีปฏิกิริยาการให้การรับที่สมบูรณ์ระหว่างคุณทั้งสอง คุณควรอธิษฐานสำหรับสิ่งนี้เพราะว่าอำนาจของการอธิษฐานนั้นยิ่งใหญ่จริงๆ ถ้าคุณไม่มีประสบการณ์เช่นนี้แล้วละก็ คุณก็จะไม่รู้ว่าการอธิษฐานนั้นสำคัญมากเพียงใด อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณรู้สิ่งนี้ คุณก็จะรู้สึกต้องการที่จะอธิษฐานเอง เมื่อไรก็ตามที่คุณมีปัญหา คุณก็จะพยายามเอาชนะโดยการอธิษฐาน

ก่อนอื่น สามีภรรยาต้องเป็นหนึ่งเดียวกันและมีลูกของเขาเองเพื่อที่จะบรรลุความสมบูรณ์ ถ้าเราไม่มีลูกของเราเอง เราก็ต้องมีลูกฝ่ายวิญญาณ และเราก็ต้องรักลูกฝ่ายวิญญาณให้มากเท่ากับที่เรารักลูกของเราเอง ดังนั้น ลูกฝ่ายวิญญาณจึงสามารถแทนลูกของเราเองได้ ปราศจากการรักลูก เราก็ไม่สามารถบรรลุความสมบูรณ์ได้

นั่นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับมนุษย์ที่ตกสู่บาปที่จะบรรลุความสมบูรณ์โดยการผ่านไปในการแต่งงานและการผ่านไปในความสัมพันธ์แบบพ่อแม่ที่มีกับลูก
เมื่อมันมีบุคคลที่สมบูรณ์มากมายบนโลก แผนงานของพระเจ้าก็สามารถก้าวหน้าไปได้อย่างรวดเร็ว พระเจ้าทรงต้องการบุคคลที่สมบูรณ์มากเท่าที่เป็นไปได้ ดังนั้น พระองค์จึงทรงพยายามให้ความช่วยเหลือเราแต่ละคนให้บรรลุเป้าหมายนั้น โลกฝ่ายวิญญาณก็จะช่วยเหลือเราด้วยเช่นกัน บรรพบุรุษของเราต้องการที่จะเห็นลูกหลานบรรลุความสมบูรณ์ แน่นอนว่า มันมีอำนาจที่ต่อต้านเราด้วยเช่นกัน แต่เราต้องต่อสู้กับมันและระดมพันธมิตรของเราทั้งหมด ทั้งพระเจ้าและเหล่าวิญญาณที่ดีทั้งหลาย เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายของความสมบูรณ์ของเรา เราต้องทำสิ่งนี้ในขณะที่เรามีชีวิตอยู่บนโลก มิฉะนั้น เราต้องกลับลงมาในฐานะบุคคลฝ่ายวิญญาณ

เรารู้ว่ามันสำคัญมากที่เราต้องมีลูกฝ่ายวิญญาณและมีประสบการณ์ชีวิตในศูนย์เพราะว่า มันเป็นแบบจำลองของครอบครัวของเราเอง ดังนั้น เราต้องทำให้ชีวิตในศูนย์ของเราเหมือนกับเป็นครอบครัว สมาชิกทุกคนควรทำงานอย่างหนักในเวลานี้ แม้ว่ามันยากกว่าการมีครอบครัวของเราเองก็ตาม นั่นเป็นเพราะว่า ศูนย์ของเราประกอบด้วยคนหลากหลายประเภท ถ้าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเรา เราก็คงทำทุกสิ่งได้อย่างแน่นอน ดังนั้น เราต้องอัญเชิญพระเจ้าให้มาสถิตอยู่กับเราเสมอๆ เพื่อที่จะทำสิ่งนี้ได้นั้น เราต้องอธิษฐาน ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องพยายามรับใช้ซึ่งกันและกันและมีชีวิตอยู่อย่างไม่เห็นแก่ตัว เราควรจะต้องสามารถพูดได้ว่า เรากำลังมีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า พ่อแม่ที่แท้จริง และครอบครัวของเรา
การเป็นผู้นำนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่ามันเป็นงานที่ยากที่สุด การเป็นสมาชิกนั้นง่ายกว่า นั่นเป็นเพราะว่าผู้นำนั้นอยู่ในตำแหน่งของพระเจ้าและพ่อแม่ที่แท้จริง และเป็นตำแหน่งพ่อแม่ของครอบครัวนั้น การเป็นพ่อแม่สำหรับลูกนั้นยาก แต่การเป็นพ่อแม่สำหรับสมาชิกสักยี่สิบสามสิบคนนั้นยากกว่ามาก ในเกาหลี ผมพูดอยู่เสมอว่าคนที่อยู่ในตำแหน่งที่ยากที่สุดนั้นก็คือผู้นำศูนย์และผู้นำคนอื่นๆ ในโบสถ์ของเรา ดังนั้น คุณควรเห็นอกเห็นใจและร่วมมือกับเขา ทำให้ชีวิตในศูนย์ของคุณเป็นชีวิตในครอบครัวจริงๆ สิ่งนี่ขึ้นกับเราแต่ละคน ไม่ใช่ขึ้นกับผู้นำเท่านั้น ทุกคนควรทำส่วนของตนให้ดีที่สุด เมื่อเราทำเช่นนี้แล้ว เราก็จะสามารถทำให้ชีวิตในศูนย์ของเราเป็นเสมือนครอบครัวจริงๆ ที่มีศูนย์กลางที่พระเจ้าได้
ขอบคุณครับ