Education Menu
คำสอน

 

 

 
 


  โอวาทผู้นำ  
 


จะเอาชนะปัญหาได้อย่างไร
6 มีนาคม ค.ศ.1983

ผมอยากจะพูดเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ หลากหลายที่พี่น้องเผชิญอยู่ เรารู้ว่าบางคนมีความยากลำบาก ในการยอมรับคู่หรือรวมเป็นหนึ่งกับคู่ บางคนอาจมีความยากลำบากในการรวมเป็นหนึ่งกับผู้นำของเขาหรือผู้สอนศาสนา แล้วเราจะเอาชนะปัญหาทั้งหลายได้อย่างไรกัน? มันต้องมิหนทางสิ!

เมื่อเราอ่านในพันธสัญญาเดิมเกี่ยวกับว่า อิสอัคนั้นถูกถวายโดยพ่อของเขา อับราฮัมพยายามที่จะฆ่าเขาจริงๆ แต่อิสอัคก็ไม่ขัดขวาง โดยความเชื่อฟังเขาจึงประสบความสำเร็จในการกลายเป็นการเสียสละที่แท้จริงสำหรับพระเจ้า เขาทำสิ่งนี้ได้อย่างไร? เมื่อเราพิจารณาเกี่ยวกับความเชื่อฟังของอิสอัค เราต้องรู้ว่าเขายังเป็นเด็กอยู่ ถ้าเขาอายุสักสามสิบสี่สิบปี เขาอาจจะไม่มีความเชื่อฟัง เด็กนั้นมีความคิดที่ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

เมื่อมองดูลูกของคุณ คุณก็สามารถเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก ผมรู้ว่าคุณบางคนอาจมีครอบครัวที่แตกร้าวและบางคนอาจจะไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ ปกติแล้ว เมื่อลูกมีปัญหา เขาก็จะไปหาพ่อหรือไม่ก็แม่ของเขา ถ้าพ่อแม่รักลูกและเข้าใจปัญหาของลูก ลูกก็จะรู้สึกได้รับการปลอบโยน และลูกก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้โดยวิธีนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเติบโตขึ้น เพียงแค่การมาหาพ่อแม่ของเขานั้นไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างง่ายๆ เสมอไป การที่ลูกจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ของเขา เขาต้องเข้าใจสถานการณ์และหัวใจของพ่อแม่

สมมุติว่าลูกเจ็บป่วยขนาดไม่สามารถรักษาให้หายได้ เขาจะสามารถเอาชนะความทรมานนั้นได้อย่างไร? ถ้าเขาคิดถึงเพียงตัวเอง เขาก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาของเขาเองได้เลย และเขาก็จะไม่เคยรู้สึกถึงความสงบสุขในจิตใจและหัวใจของเขา เมื่อพ่อแม่มองดูลูกที่กำลังเจ็บป่วย พ่อแม่จะพยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ลูกหายป่วย แม้จะต้องใช้เงินทั้งหมดเพื่อพาลูกไปหาหมอที่เก่งที่สุดก็ตาม พ่อแม่จะรู้สึกอย่างไรถ้าเขาไม่สามารถหาวิธีรักษาลูกของเขาได้? เขาจะเจ็บปวดและทรมานยิ่งกว่าลูก ถ้าลูกคิดถึงหัวอกพ่อแม่ของเขา ลูกก็จะเป็นฝ่ายปลอบโยนให้พ่อแม่สบายใจ และด้วยเหตุนี้เขาก็สามารถที่เอาชนะความเจ็บปวดทรมานของเขา

อิสอัคสามารถเชื่อฟังอับราฮัมได้อย่างไร? ผมคิดว่าเขารักแล้วไว้วางใจในตัวพ่อของเขาอย่างมาก และบนพื้นฐานนี้ เขาจึงสามารถเชื่อฟังอับราฮัมในนาทีวิกฤตนั้นได้ อีกนัยหนึ่ง ถ้าอิสอัคเติบใหญ่ขึ้น เพียงความรักและความไว้วางใจเท่านั้นคงจะไม่พอ อิสอัคต้องเข้าใจหัวใจพ่อของเขาด้วย มิฉะนั้น เขาก็จะไม่เชื่อฟัง อัราฮัมคงจะรู้สึกอยากฆ่าตัวของเขาเองมากกว่าอยากฆ่าลูกของเขาเพราะว่านั่นคือหัวใจพ่อ เมื่อลูกที่เติบใหญ่จนสามารถเข้าใจหัวใจของพ่อของเขา เขาก็สามารถเชื่อฟังพ่อของเขาได้

มันเหมือนกับเราในปัจจุบัน เมื่อเกิดยากลำบากขึ้นมา เราต้องรู้ว่าพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรัก พระองค์ทรงเป็นพระบิดาที่แท้จริงของเรา พระองค์ทรงต้องการที่จะให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับเรา แต่ทรงไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ ทั้งนี้ เป็นเพราะความเขลาของเราและความสัมพันธ์ของเราที่มีต่อซาตาน ซึ่งเราไม่เพียงแต่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้าเท่านั้น เราจึงไม่สามารถเข้าใจหัวใจของพระองค์ได้ทั้งหมดและไม่รับรู้ในสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการบอกกับเรา

แม้ว่าคุณพ่อให้การชี้นำกับเรา เรากลับทำหูทวนลม เราไม่ตอบสนอง เราไม่สามารถรับเอาสิ่งที่คุณพ่อต้องการให้กับเรา คุณพ่อเห็นว่า ถ้าเรายังคงไปตามทางของเราเองเราจะตาย ถ้าเราไปอีกทางจึงจะรอด คุณพ่อเห็นทุกอย่าง ทั้งสถานการณ์ส่วนตัวของเรา และอนาคตของเรา คุณพ่อรู้สึกอย่างไรบ้างกับการที่คุณพ่อรู้คำตอบสำหรับปัญหาของเราแต่ก็ไม่สามารถบอกหนทางที่ถูกต้องแก่เรา? เมื่อพ่อแม่รู้ชัดเจนเกี่ยวกับผลของการกระทำของลูก แต่ก็ไม่สามารถสอนให้ลูกไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ เนื่องจากไม่มีการติดต่อสื่อสารที่ดีต่อกัน หรือเป็นเพราะอุปสรรคเกิดขึ้นระหว่างกันโดยศัตรู หัวใจพ่อแม่คงรู้สึกเหมือนกับว่ามันกำลังจะแตกสลายไป

ถ้าเราจินตนาการสถานการณ์นี้ เราก็สามารถเข้าใจความเจ็บปวดในหัวใจของพระเจ้า พระองค์ทรงมีความรักที่มากยิ่งกว่าพ่อแม่ใดๆ ในโลก พระองค์ทรงล่วงรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งยังทรงมีความสามารถและอำนาจ แต่ทรงไม่สามารถใช้มันได้ แม้ว่าบุตรสุดที่รักของพระองค์อยู่ในทิศทางของชีวิต แต่ศัตรูก็พยายามที่จะฆ่าบุตรของพระองค์ ซึ่งพระองค์ทรงทำอะไรไม่ได้ พระหัตถ์ของพระองค์ถูกมัด ความรู้สึกที่ได้แต่เฝ้ามองบุตรสุดที่รักของพระองค์กำลังถูกศัตรูเอาไปโดยที่ทรงช่วยอะไรไม่ได้เลยนั้นเป็นอย่างไร? นี่เป็นสถานการณ์ของพระเจ้า เมื่อพระองค์ทรงเฝ้ามองดูเราซึ่งกำลังเพียรพยายาม พระองค์ก็ทรงเป็นทุกข์มากกว่าเรา เราเพียงแต่ไปตามทางของเราโดยไม่รู้ว่าผลที่ตามมาของการกระทำของเราจะเป็นอย่างไร พระเจ้าทรงทราบ และทรงต้องการช่วยเรา แต่พระองค์ทำไม่ได้ เมื่อเราเข้าใจหัวใจที่ทุกข์ทรมานของพระเจ้า เราก็สามารถเอาชนะความทุกข์ทรมานของตัวเราได้

ขณะที่พระเยซูทรงอยู่บนกางเขน มันยากลำบากมากสำหรับพระองค์เพราะว่าพระองค์กำลังจะสิ้นพระชนม์ทั้งๆ ที่ยังไม่สามารถบรรลุภารกิจของพระองค์ พระองค์จะทรงเอาชนะความยากลำบากนั้นได้อย่างไร? การรู้ถึงหัวใจของพระเจ้าที่กำลังทอดพระเนตรพระองค์ที่กำลังจะสิ้นพระชนม์โดยมิได้บรรลุภารกิจของพระองค์นั้น พระองค์ทรงทราบดีว่าพระเจ้าทรงเจ็บปวดมากกว่าพระองค์ยิ่งนัก ดังนั้น พระองค์จึงทรงสามารถเอาชนะความยากลำบากนั้นและไปไกลเกินกว่าการถูกตรึงที่กางเขน ความเข้าใจในหัวใจที่ทุกข์ทรมานของพระเจ้าเป็นกุญแจสำหรับการเอาชนะความยากลำบากของเรา

เมื่อวานนี้ผมพบพี่น้องสาวคนหนึ่งที่มีปัญหายุ่งยากกับสามีของเธอ เธอต้องเข้าใจหัวใจของพระเจ้าเพื่อที่จะเอาชนะความยากลำบากของเธอ มันไม่มีหนทางอื่นใด ทุกคนมีความยากลำบาก หลักการของพระเจ้าและสุนทรพจน์ของคุณพ่อสอนเราเกี่ยวกับพระเจ้าโดยสอนว่าเราจะมีความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้าได้อย่างไร เราควรคิดว่า "พระเจ้าทรงเป็นพระบิดาของเรา พ่อของเราเอง พระองค์รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง พระองค์ทรงรักเราและทรงต้องการช่วยเหลือเรา" นี่คือความจริง พระองค์ทรงต้องการช่วยเหลือเราทุกคน แต่พระองค์ทรงทำเช่นนั้นไม่ได้ พระองค์ทรงเป็นทุกข์มากกว่าเรายิ่งนัก

ขณะที่คุณพ่ออยู่ในเรือนจำที่ฮึงนำ คุณพ่อทรงเผชิญหน้ากับความยากลำบากอย่างไม่น่าเชื่อ คุณพ่อต้องอดทนตรากตรำงานหนักโดยได้รับอาหารเพียงเล็กน้อย แม้กระนั้นก็ตาม คุณพ่อก็สามารถเอาชนะได้เพราะว่าคุณพ่อเข้าใจหัวใจที่เป็นทุกข์ของพระเจ้า คุณพ่อจึงพยายามปลอบโยนพระเจ้า นี่คือวิธีที่คุณพ่อสามารถอยู่รอดได้ ผมคิดว่า นี่คือจุดสุดยอดของความศรัทธาของเรา เมื่อเรามีความสัมพันธ์เช่นนี้กับพระเจ้า เราก็สามารถเอาชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้ เราต้องไว้วางใจพระเจ้าว่าพระองค์ทรงเป็นพระบิดาที่เรารักและพระองค์ทรงพยายามช่วยเหลือเราทุกวิถีทาง บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจเช่นนี้ เราสามารถสร้างตัวตนของเรา ครอบครัวของเรา โบสถ์ของเรา และในที่สุดเราก็สามารถสร้างอาณาจักรของพระเจ้าบนโลก ดังนั้น ผมขอให้คุณคิดอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคุณกับพระเจ้า

คำขวัญปีนี้ก็คือ "ขอให้เราสร้างประเพณีที่แท้จริงของพระเจ้า" สาระสำคัญของประเพณีของเราก็คือการไว้วางใจในพระเจ้า ถ้าเราสูญสิ้นความไว้วางใจในพระเจ้าแล้วละก็ เราก็จะไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่อีกต่อไป พระเจ้าทรงไม่เคยทรยศใคร มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ทรยศพระเจ้า เมื่อเราเข้าใจหัวใจของพ่อแม่ได้เช่นนี้ เราก็สามารถสืบทอดมันมาสู่ตัวเราได้ แล้วเราจึงสามารถรับใช้ด้วยตัวตนของผู้รับใช้ เพราะว่าพ่อแม่นั้นยอมรับใช้ลูกของเขาอยู่เสมอ โดยวิธีนี้ เราสามารถสร้างประเพณีที่แท้จริงของพระเจ้าขึ้นได้

เราต้องรู้ความสำคัญของความจริงของพระเจ้า ปราศจากความเข้าใจในหลักการของพระเจ้า เราก็ไม่สามารถเข้าใจความจริงของพระเจ้าหรือหัวใจพระเจ้า ถ้าเราไม่สามารถเข้าใจหัวใจพระเจ้า เราก็ไม่รู้การทำงานหนักของพระองค์ในการทรงสร้างมนุษย์และเอกภพหรือเงื่อนไขที่พระองค์ทรงสามารถทำงานได้ คนมากมายไม่เชื่อในพระเจ้าเพราะเขาไม่สามารถเข้าใจได้ว่าทำไมพระเจ้าจึงทรงไม่ช่วยเหลือเขา ถ้าคุณไม่รู้ว่าจะทำเงื่อนไขอย่างไรที่พระเจ้าทรงสามารถทำงานได้แล้วละก็ คุณก็ไม่สามารถได้รับการช่วยเหลือในเวลาที่คุณยากลำบาก และคุณก็จะสูญเสียศรัทธาไปได้อย่างง่ายๆ ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่า ความเข้าใจอย่างถูกต้องในหลักการนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เราต้องวางตัวเราเองในสถานการณ์เดียวกันกับพระเจ้า สิ่งนี้ทำได้โดยการทำงานที่เป็นงานของพระเจ้า ทำสิ่งที่พระองค์ทรงคาดหวังจากเรา แล้วเราจึงสามารถเข้าใจสถานการณ์ของพระเจ้าและหัวใจของพระองค์ เราต้องการบอกคนทั้งหลายเกี่ยวกับพระเจ้าโดยผ่านความจริงของพระองค์และชีวิตของเรา ดังนั้น เราต้องเป็นเครื่องพิสูจน์การดำรงอยู่ของพระเจ้า นี่คือความสัมพันธ์ที่เราทุกคนควรพยายามที่จะมีกับพระเจ้าให้ได้.