Education Menu
คำสอน

 

 
 

สาธุคุณ ซัน โจ ฮวัง
 

  โอวาทผู้นำ  
 


การอธิษฐานในนามของชื่อเรา
สาธุคุณ ซัน โจ ฮวัง
โบสถ์สำนักงานใหญ่ เซิน เกาหลี

การเทศน์ครั้งนี้ได้ให้กับสมาชิกโบสถ์เกาหลีในเดือนกันยายนปีนี้ (สาธุคุณฮวังเป็นประธานของโบสถ์เกาหลี) ได้รวบรวมไว้ในหนังสือ"โลกในวันนี้" เพื่อการบรรยายที่กระจ่างของพ่อแม่ที่แท้จริงในการประกาศความรุ่งเรืองของยุคแห่งแผนงานใหม่
"เป็นสิ่งที่ทุกข์ทรมานและน่าโศกเศร้า ที่เราต้องมาอยู่ในตำแหน่งที่ต้องยึดติดในคำสอนของพระเยซู และหลั่งน้ำตาเพื่อความโศกเศร้า การที่ต้องยึดติดกับคำสอนของพระเยซูเพียงเพื่อจะมีชีวิตอยู่เพื่อพวกเราเอง เป็นสิ่งที่น่าโศกเศร้ายิ่งนักที่เราต้องอธิษฐานโดยผ่านในนามของพระเยซู เมื่อไรก็ตามที่คุณอธิษฐาน คุณจะพูดว่า "ลูกอธิษฐานทั้งหมดนี้ในนามของพระเยซู" ใช่ไหม? นี่เป็นสิ่งที่น่าสงสารที่สุด สำหรับการที่มีชีวิตอยู่เพื่อชีวิตใครคนใดคนหนึ่งและผูกมัดอยู่กับบางอย่างหรือมีความรู้สึกดังกล่าว เวลาต้องมาถึงเมื่อเราสามารถอธิษฐานในนามของชื่อเราเอง "คำพูดคุณพ่อ 27 กันยายน 1959
สวัสดีทุกๆคน ข้าพเจ้าอยากจะพูดกับพวกท่านประมาณสองสามหัวข้อ โดยเน้นไปที่คำสอนที่คุณพ่อที่แท้จริงได้ให้กับเรา
เราคือใคร? จากคำกล่าวที่ว่าเราเป็นประชาชนผู้ติดตามพ่อแม่ที่แท้จริงและเดินในหนทางโดยมีศูนย์กลางที่แผนงานที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่งของประวัติศาสตร์ นี่เป็นคำจำกัดความของแผนงานที่กำหนดบทบาทของเรา
ไม่มีข้อสงสัยที่ว่าแผนงานของพระเจ้าและประวัติศาสตร์ในที่ซึ่งพระเจ้าทรงได้บรรลุถึงแผนงานของพระองค์ ร่วมกับความสัมพันธ์โดยอาศัยสิ่งที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เราพิสูจน์ตำแหน่งของตัวเราเอง ประวัติศาสตร์เกี่ยวเนื่องกับพระเจ้า เราสามารถมั่นใจความจริงนี้ โลกที่พระเจ้าทรงสร้างสรรค์คือร่างกายของความสัมพันธ์ที่สะท้อนถึงพระเจ้าผู้ทรงสร้างสรรค์ และประวัติศาสตร์คือร่างกายของความสัมพันธ์ที่พระเจ้าทรงเป็นเสมือนพระผู้ช่วยให้รอด

ความเข้าใจในปัจจุบันโดยอาศัยช่วงเวลาของพระเยซู

แผนงานของพระเจ้าได้รับการเปิดเผยจนถึงในเวลาปัจจุบันนี้ได้อย่างไร? เรารู้คำตอบนี้อย่างดี อย่างไรก็ตามในการพิสูจน์ความจริงนี้ ณ เวลานี้เราสามารถค้นหาด้วยตัวของเราเองได้ เราจำเป็นต้องกลับไปที่ตำแหน่งที่พระเยซูได้ทำงานเมื่อ 2000ปีที่แล้ว
พระเยซูมีชีวิตอยู่บนโลกประมาณ 33 ปี พระองค์ได้เกิดในเมืองเบทเฮเลมและเติบโตที่นาซาเลม และได้ใช้เวลาสามปีในการไปในหนทางสาธารณะ หลังจากได้รับการเรียกตัวจากพระเจ้า พระองค์ได้พบกับยอห์นผู้ให้รับบัพติศมาที่ชายฝังทะเลกาลิรีที่ซึ่งยอห์นกำลังยุ่งอยู่กับการให้บัพติศแก่ประชาชน ภาระกิจพื้นฐานของยอห์นคือการยืนอยู่ที่ริมแม่น้ำและประกอบพิธีที่ริมน้ำ เพื่อสืบทอดพระคำของพระเจ้าไปสู่ประชาชน
นี่เป็นข้อเท็จจริงของพิธีบัพติศในเริ่มแรก เป็นประเพณีที่สำคัญของคริสต์ที่ยังคงมีอยู่จนถึงปัจจุบันนี้ พระเยซูได้รับบัพติศจากยอห์น และได้เริ่มต้นดำเนินภาระกิจหลักของพระองค์ บุคคลแรกที่พระองค์ได้บรรลุถึงการเป็นพยานคือชาวประมงชื่อปีเตอร์ พระเยซูเข้าถึงเขาอย่างง่ายดายและพูดว่า"คุณต้องหยุดการเป็นชาวประมงหาปลา แต่กลายเป็นชาวประมงหาคน นี่เป็นการเริ่มต้นภาระกิจของผู้เผยแผ่ศาสนาของพระเยซู หลังจากสู่เส้นทางสาธารณะสามปี พระเยซูทรงพบกับความตายบนโลก
หนึ่งอาทิตย์ก่อนที่พระเยซูจะถูกตรึงที่กางเขน พระองค์ได้ทรงรับประทานอาหารมื้อสุดท้ายกับสาวก แน่นอนพระเยซูไม่ได้ทำสิ่งนี้เพื่อแสดงออกถึงความมุ่งหมายที่จะจัดพิธีพิเศษนี้ให้กับเหล่าสาวก พระองค์ทรงเพียงคิดว่า "เราจะแยกกันในเวลาอันสั้นแล้วอะไรที่ข้าพเจ้าสามารถจะให้ไว้กับพวกเขา? ในหัวใจของพระเยซูทรงมีความกังวล ที่โต๊ะอาหารค่ำพระเยซูได้แบ่งไวท์หนึ่งแก้วและชิ้นขนมบังให้แก่สาวก และพูดว่า "รำลึกถึงขนมบังนี้และไวท์ประหนึ่งว่าเป็นเลือดเนื้อของข้าพเจ้า ต่อไปในอนาคตคุณควรแบ่งขนมปังและไวท์ให้กันและกันเช่นนี้ และแบ่งความรักเช่นพี่น้องให้แก่กัน รวมเป็นหนึ่งเดียว และสร้างความพยายามในการเผยแพร่ศาสนา
นี่เป็นพิธีง่ายซึ่งได้สืบทอดตลอดประวัติศาสตร์ และตอนนี้ยังคงมีอยู่เสมือนเป็นพิธีสำคัญของชาวคริสต์ชุมชนศักดิ์สิทธ์
ในหนทางนี้ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในแผนงานของพระเจ้าเป็นเพียงหนึ่งส่วนเล็กน้อยในชีวิตของยุคสมัยดังกล่าว แต่แผนงานของพระเจ้าได้เชื่อมกับสิ่งเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ และคงเหลือไว้ประหนึ่งว่าเป็นประเพณีที่สำคัญ หลังจากประวัติศาสตร์ได้ผ่านไปสู่อนาคต นี่เป็นปรากฏการณ์ของพระเจ้าที่ประวัติศาสตร์สามารถเปิดเผยแก่เรา

การเปลี่ยนแปลงในแผนงานที่เราสามารถสังเกตได้

แล้วอะไรคือความเป็นจริงในโลกปัจจุบันนี้? วันนี้เราได้มาถึงเวลาสุดท้ายที่จะบรรลุถึงแผนงาน สิ่งต่างๆอาจดูเหมือนเป็นเหตุการณ์เล็กๆธรรมดา แต่อย่างที่พระเจ้าได้ทรงแสดงให้เราเห็นในประวัติศาสตร์ของชาวคริสต์ และมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับชีวิตของเรา แต่เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เราได้ดำเนินอยู่ในเวลาปัจจุบันนี้จะเป็นอนุสรณ์ที่จะอยู่ตลอดไป เราสามารถเข้าใจได้โดยปราศจากข้อสงสัย พวกเขากำลังระลึกถึงประเพณีที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของเหตุการณ์ในแผนงาน
ดังนั้น การเปลี่ยนแปลงแบบใดที่เกิดขึ้นในเส้นทางของแผนงานที่เรากำลังดำเนินอยู่? ตามจริงแล้วมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากและดำเนินไปกับการเปลี่ยนแปลงของแผนงาน เรามีการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ที่สามารถสังเกตได้ เช่นพระคำที่เราอ่านอยู่ทุกวันนี้ คุณพ่อกล่าวไว้เมื่อปี 1959 ในเวลานั้นคำพูดของพระเยซูเกี่ยวข้องกับคำว่า ฮัน(han) ของพระเยซู และฮัน(han) ของพระเจ้าด้วย ทุกครั้งที่คุณพ่ออธิษฐาน ได้อธิษฐานในนามของพระเยซูคริสตเจ้า อย่างไรก็ตามหลังจากพิธีแต่งงานของพ่อแม่ที่แท้จริงในปี 1960 เนื้อหาคำพูดของคุณพ่อเริ่มเปลี่ยนไปการเทศน์ของคุณพ่อมีการเริ่มเปลี่ยนหัวเรื่อง และการอธิษฐานในนามพระเยซูคริสตเจ้าเปลี่ยนมาเป็นอธิษฐานในนามพ่อแม่ที่แท้จริง แล้วทำไมเราถึงอธิษฐานในนามพ่อแม่ที่แท้จริง? และทำไมเราอธิษฐานในนามพระเยซูก่อนหน้านั้น? ในยุคพันธสัญญาเก่าไม่มีพระผู้มาโปรด และเมื่อไม่มีพระผู้มาโปรดซึ่งประหนึ่งว่าไม่มีสะพานเชื่อมระหว่างพระเจ้าและเรา ในยุคพันธสัญญาเก่ามีเพียงสิ่งเดียวที่ผู้อธิษฐานคือเรามนุษย์ชาติสามารถถวายให้กับได้พระเจ้าคือ การถวายเครื่องบูชาที่เป็นสัญลักษณ์โดยผ่านเครื่องบูชา ในยุคนั้นเราไม่สามารถเข้าใกล้พระเจ้าได้โดยตรง อย่างไรก็ตามหลังจากการมาของพระเยซูและเป็นยุคแห่งการเริ่มต้นที่เราสามารถเข้าใก้ลพระเจ้าได้โดยผ่านพระเยซู ในยุคนั้นเราไม่สามารถยืนอยู่เบื้องหน้าพระเจ้าได้โดยชื่อของเรา ดังนั้นเราจึงขอความเมตตาจากสวรรค์โดยผ่านในนามของพระเยซู หลังจากนั้นการมาของพ่อแม่ที่แท้จริงได้มายังโลก เราเข้าสู่ยุคที่เราสามารถอธิษฐานในนามของพ่อแม่ที่แท้จริง
คำพูดของคุณพ่อที่เราอ่านอยู่ทุกวันนี้ คุณพ่อได้อธิบายว่า ข้าพเจ้าอธิษฐานในนามพระเยซูเพราะว่าข้าพเจ้าไม่สามารถยืนอยู่เบื้องหน้าสวรรค์ปประหนึ่งว่าเป็นสิทธิของข้าพเจ้า แน่นอนต้องมีเวลาที่เราไม่สามารถอธิษฐานในนามของพระเยซู และคุณพ่อพูดว่าการอธิษฐานในนามพระเยซูเป็นสถานการณ์ที่น่าโศกเศร้า และเป็นต้นกำเนิดของความขุ่นเคือง( ฮัน)ทั้งหมดของเรา
โลกของการสร้างสรรค์เริ่มแรกเป็นยุคที่ไม่เป็นสิ่งจำเป็นต้องมีการอธิษฐาน ในโลกดังกล่าวถ้าท่านจะอธิษฐานอย่างน้อยท่านก็อธิษฐานในนามของท่านเอง ยุคการสร้างสรรค์เริ่มแรกที่เราสามารถเชื่อมต่อกับพระเจ้าเช่นเดียวกับการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่างลูกๆและพ่อแม่โดยผ่านสายเลือดของพวกเขาเอง สิ่งนี้แหละที่เราสูญเสียไป

ช่วงเวลาที่เราอธิษฐานในนามของเรา

คุณพ่อที่แท้จริงได้ให้การพูดมา 40 ปีแล้ว คุณพ่อพูดว่า"ในวันสุดท้ายนี้ ยุคนี้จะมาถึงเมื่อเราเชื่อมต่อกับพระเจ้าโดยไม่ต้องผ่านใคร และเมื่อนั้นเราจะอธิษฐานถึงพระเจ้าโดยตรงโดยฝ่ายหนึ่งมีความสัมพันธ์กับอีกฝ่ายหนึ่ง และนี่เป็นยุคที่พระเจ้าทรงปรารถนา
สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงเส้นทางของแผนงานภายใต้การเปลี่ยนแปลงจนมาถึงปัจจุบันนี้ จากยุคพันธสัญญาเดิมสู่ยุคพันธสัญญาใหม่ จากยุคพันธสัญญาใหม่สู่ยุคพันธสัญญาบริบูรณ์ จากยุคพันธสัญญาบริบูรณ์มาถึงความสมบูรณ์ของยุคพันธสัญญาบริบูรณ์ นี้คือกระบวนการของแผนงาน ข้าพเจ้าคิดว่าเมื่อถึงเวลานั้นไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งนี้
ในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ แผนงานกำลังเคลื่อนไปข้างหน้า จากยุคการอธิษฐานด้วยสัญลักษณ์จนถึงยุคที่อธิษฐานโดยผ่านในนามของพระเยซูคริสตเจ้า มาถึงการอธิษฐานในนามของพ่อแม่ที่แท้จริง จนถึงยุคการอธิษฐานในนามของเราเอง ไม่มีใครรู้แน่นอนว่าเมื่อไรเวลานั้นจะมาถึง แต่สิ่งนี้จะกระจ่างโดยคำพูดของคุณพ่อที่ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในแผนงานที่สำคัญได้ถูกกำหนดให้เกิดขึ้น
เมื่อเราเห็นการเปลี่ยนแปลงของแผนงานมากมายและมีการเปลี่ยนแปลงที่มองเห็นได้ ในวันแรกของเดือนพฤษภาคม ปี 1994 มีการเฉลิมฉลองครบรอบ 40ปีของโบสถ์แห่งการรวมเป็นหนึ่ง พ่อแม่ที่แท้จริงได้เปลี่ยนให้การอธิษฐานที่เราเคยปฏิบัติในแบบของ "คำปฏิญาณของข้าพเจ้า" เป็น"คำปฏิญาณของครอบครัว" การแสดงความศรัทธาของเราเปลี่ยนจาก"คำปฏิญาณของข้าพเจ้า" มาเป็น "คำปฏิญาณของครอบครัว" ในยุคของการต่อสู่กับซาตาน ครอบครัวอยู่ในตำแหน่งศูนย์กลาง คุณพ่อได้เปลี่ยนการประกาศความศรัทธาของเราโดยคำปฏิญาณของครอบครัว เสมือนเราได้ทักทายกับยุคใหม่ที่สงบและรวมเป็นหนึ่ง ในวันที่ 10 เมษายน 1997 คุณพ่อได้ยกเลิกการใช้ชื่อ "โบสถ์แห่งการรวมเป็นหนึ่ง" และแทนที่ด้วย สหพันธ์ครอบครัว
หลังจากการประกาศวันคูคูจอล ในวันที่ 9 กันยายน 1999 เวลา 7.15น.ตอนเช้าของวันที่ 14 กันยายน คุณพ่อที่แท้จริงได้ทำการปิดช่วงเวลาที่เราอธิษฐานในนามของพ่อแม่ที่แท้จริง เราสามารถเห็นได้ในพระคำที่เราอ่านในเช้านี้ คุณพ่อเคยบอกเราก่อนหน้านี้เมื่อสี่สิบปีที่แล้วว่าเวลาต้องมาถึงซึ่งเราสามารถอธิษฐานในนามของเราเอง เวลา 7.15 น.ตอนเช้าวันที่ 14 กันยายน คุณพ่อได้เปิดเผยแผนงานใหม่เป็นยุคที่เราไม่ได้อธิษฐานโดยผ่านในนามของพ่อแม่ที่แท้จริง แต่อธิษฐานในนามของเรา
เราอธิษฐานในนามของเราและในนามของศูนย์เราและตำแหน่งสาธารณะของเรา หรือเมื่อเราอธิษฐานที่บ้าน เราอธิษฐานในนามของครอบครัวเรา และชื่อของเราเอง นี่เป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าแผนงานเปลี่ยนแปลงมากเพียงใด

การสืบทอดอำนาจของพ่อแม่ที่แท้จริง

คุณรู้แล้วว่า ในปี 1999 เป็นเวลาสำหรับการบรรลุถึงแผนงานอย่างสมบูรณ์ ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2000 การเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ในเงื่อนไขของแผนงานซึ่งจะเกิดขึ้นพร้อมกับวันครบรอบวันเกิด 80 ปีของคุณพ่อ จากการศึกษาแผนงาน เราสามารถสังเกตได้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงยังคงจ่ายการชดใช้เพื่อปรารถนาจะเริ่มต้นยุคใหม่ที่สมบูรณ์แบบนี้และสิ้นสุดยุคสมัยปัจจุปันนี้โดยสิ้นเชิง
จากสมัยที่เราอธิษฐานอย่างเป็นสัญลักษณ์โดยผ่านการถวายเครื่องบูชา จนมาถึงสมัยที่เราอธิษฐานโดยผ่านในนามพระเยซูคริสต์เจ้า ต่อจากนั้นผ่านมาถึงสมัยที่เราอธิษฐานในนามของพ่อแม่ที่แท้จริง จนถึงสมัยที่พระผู้มาโปรดระดับเผ่าอธิษฐานในนามของครอบครัวพวกเขาเอง เวลานี้เราอยู่ในยุคที่แท้จริงที่เราสามารถมีประสบการณ์เงื่อนไขแห่งแผนงานที่จะดำรงค์อยู่ในโลกเริ่มแรกแห่งการสร้างสรรค์ โดยสิ่งนี้เราสามารถเข้าใจได้ว่ายุคสมัยแห่งการบรรลุถึงแผ่นงานมีความสำคัญเพียงใดและเวลาที่ผ่านมาจนถึงยุคปัจจุบันนี้
พี่น้องชายพี่น้องสาวเหมือนที่ข้าพเจ้าได้พูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าประวัติศาสตร์ได้เกี่ยวเนื่องกับพระเจ้า โดยการพิจารณาถึงการพัฒนาแผนงานของพระเจ้าในอดีตที่ผ่านมา ทำให้เราสามารถคาดการณ์ในขณะที่เรายังมีชีวิตอยู่ในขณะนี้ได้ พิธีบัพติศมาเล็กๆด้วยน้ำที่ปฏิบัติกันที่ชายฝังแม่น้ำจอร์แดน 2000 ปีที่แล้วได้กลายมาเป็นประเพณีสำคัญของคริสเตียนกว่าสองพันปี พิธีเล็กๆที่พระเยซูได้หักขนมบังและแบ่งเหล้าองุ่นหนึ่งแก้วที่โต๊ะอาหารในบ้านที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย พิธีนี้ยังคงมีอยู่จนเป็นประเพณีที่สืบทอดกันยาวนานตลอดสองพันปีที่ผ่านมา สองตัวอย่างนี้เป็นการเปิดเผยที่พระเจ้าทรงให้แก่เราโดยผ่านประวัติศาสตร์
เราไม่รู้อย่างแท้จริงว่าเหตุการณ์แต่ละพิธีและการเปลี่ยนแปลงของแผนงานยิ่งใหญ่มากเพียงใด ที่ซึ่งเราได้ก่อตั้งสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาในขณะที่เราติดตามพ่อแม่ที่แท้จริง เบร็ทเท็น(Brethren) แล้วปีเตอร์รู้ได้อย่างไรเมื่อสองพันปีที่แล้ว? แล้วเขารู้ได้อย่างไรว่าพิธีบัพติศมาเล็กๆจะเป็นประวัติศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และมีความหมาย หรือ เป็นพิธีง่ายๆที่พวกเขาได้จัดขึ้นที่โต๊ะอาหารมื้อสุดท้ายที่มีความสำคัญยิ่ง?
ในทางเดียวกัน ถึงแม้ว่าในวันนี้เราเองไม่อาจรู้สึกอย่างลึกซึ้งในความหมายที่เปลี่ยนไปซึ่งเราได้ปฏิบัติตาม แต่กระนั้นเหตุการณ์เหล่านี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่สมบูรณ์และสำคัญในแผนงานอันยิ่งใหญ่.
พี่น้องชายพี่น้องสาวพ่อแม่ที่แจริงของเราได้ประกาศเกี่ยวกับพระผู้มาโปรดระดับเผ่าประมาณ 10 ปีที่แล้ว ท่านคิดว่าพระผู้มาโปรดระดับเผ่ามีความสำคัญอย่างไร? คุณพ่อพูดว่า "ท่ามกลางคู่ที่ได้รับพรมากมายที่พ่อแม่ที่แท้จริงสามารถบรรลุถึงบนโลกนี้ ทำให้การให้พรที่ยิ่งใหญ่และอัศจรรย์ที่สุดในครั้วนี้เป็นเสมือนการยอมรับพระผู้มาโปรดระดับเผ่า"
อย่างไรก็ตามเราได้เข้าใจเป็นอย่างดีว่าพระผู้มาโปรดระดับเผ่ามีความสำคัญอย่างไร พี่น้องชายพี่น้องสาว เราไม่ได้อยู่ในยุคที่ต้องใช้นามพ่อแม่ที่แท้จริงในการอธิษฐานอีกแล้วและเราได้รับการช่วยให้รอด ตอนนี้เป็นยุคสมัยที่เข้าใกล้เวลาที่พระผู้มาโปรดระดับเผ่าทำพิธีให้พรเพราะเราได้รับการปกครองจากพระเจ้าโดยตรง โดยไม่ได้ผ่านในนามของพ่อแม่ที่แท้จริงแต่ผ่านในนามของพระผู้มาโปรดระดับเผ่า จริงๆแล้วยุคสมัยดังกล่าวอยู่ที่นี่เรียบร้อยแล้ง
ดังนั้นเราต้องรู้สึกถึงคุณค่าของพรและพรที่เราได้รับเมื่อเราเป็นครอบครัวที่ได้รับพร และการขยายพรในฐานะที่เราเป็นพระผู้มาโปรดระดับเผ่า และเราต้องคิดอยู่เสมอว่าทำอย่างไรที่เราจะสามารถบรรลุถึง และสืบทอดภาระกิจทั้งมวลของพ่อแม่ที่แท้จริงในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงแผนงานอันยิ่งใหญ่
ทำอย่างไรที่ข้าพเจ้าจะสามารถทำให้การแผนงานอันสูงส่งนี้เปลี่ยนแปลงข้าพเจ้าได้? ข้าพเจ้าจำเป็นต้องทำอะไรบ้างเพื่อที่จะสามารถสืบทอดแก่นสารของการเปลี่ยนแปลงแผนงานที่สำคัญได้? มีความรับผิดชอบบางอย่างเสมอที่เชื่อมต่อกับการที่จะได้รับอำนาจอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ ถ้าอิสอัคสืบทอดความเชื่อของอับบราฮัม เราก็จะสามารถสืบทอดอำนาจในการอธิษฐานในนามของเราเสมือนเป็นพระผู้มาโปรดระดับเผ่าได้ ผู้ซึ่งสืบทอดในนามของพ่อแม่ที่แท้จริง โดยการวางชีวิตของเราและถวายตัวเราต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น แล้วตัวเราเองก็จะกลายเป็นเครื่องบูชา
เว้นเสียแต่ว่าเราจะผ่านสถานะการณ์มากมายที่เราถวายตัวเราเองต่อเบื้องหน้าสวรรค์ มิฉะนั้นแล้วเราจะไม่สามารถเชื่อมต่อกับยุคที่เราอธิษฐานในนามของครอบครัวเราจากยุคที่เราอธิษฐานในนามของพ่อแม่ที่แท้จริง

เงื่อนไขในการสืบทอดอำนาจของพ่อแม่ที่แท้จริง

เราจะได้รับการสืบทอดอำนาจจากพ่อแม่ที่แท้จริงได้อย่างไร? พ่อแม่ที่แท้จริงขอให้เราได้บรรลุถึงขอบเขตบางอย่างในความสัมพันธ์กับพรที่พ่อแม่ที่แท้จริงจะสามารถประทานการสืบทอดอำนาจนี้แก่เรา นี่เป็นขั้นตอนที่พ่อแม่ที่แท้จริงได้ส่งมอบสิทธิอำนาจให้แก่เรา พี่น้องสาวและพี่น้องชายเมื่อพ่อแม่ที่แท้จริงในเวลาปัจจุบันนี้ได้ประกาศวันกูกูเจิล(วันประกาศหมายเลขเก้า) พ่อแม่ที่แท้จริงได้จัดให้มีการบริจาคสำหรับวันคูคูจอล ถ้าเราคิดว่าการบริจาคนี้เป็นในลักษณะคุณค่าของเงินทอง มันจะเป็นภาระที่หนักอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามกระบวนการของสวรรค์ที่แน่นอนคืออะไรเพื่อที่จะส่งมอบสิทธิอำนาจแก่เรา? เมื่ออิสอัคได้มอบสิทธิอำนาจให้กับลูกชายของเขาคือ ยาขอบ โดยผ่านอะไรที่อิสอัคได้มอบให้? กระบวนการของอิสอัคในการส่งมอบสิทธิอำนาจคือเขาได้ให้ยาคอบทำอาหาร เขาได้จัดสำรับอาหารเสมือนเป็นเงื่อนไขขอสิทธิอำนาจ เช่นเดียวกับที่อับบราฮัมได้ส่งมอบอำนาจให้กับอิสอัคเขาได้ทำสิ่งนี้โดยผ่านเงื่อนไขการถวายอิสอัค
แล้วเราจะสามารถได้สืบทอดพันธกิจของพ่อแม่ที่แท้จริงและสิทธิอำนาจของพ่อแม่ที่แท้จริงได้อย่างไร? มีเงื่อนไขหลายอย่างที่เราจะต้องทำ แล้วสิ่งเหล่านั้นคืออะไร?
เงื่อนไขเหล่านั้นก็คือการให้พรแก่ 160 ครอบครัว การบรรลุถึงการถวายเครื่องบูชาชองเชิงชุค (การถวายชีวิตบูชา) และการถวายเงินบริจาคในวันคูคูจอล สิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไข เมื่อเร็วๆนี้คุณพ่อได้ประกาศวันคูคูจอล คุณพ่อได้พูดตามนี้ว่า"อะไรคือความหมายของการบริจาคในวันคูคูจอล? มันมีความสำคัญต่อการปลดปล่อยพวกท่านทั้งหมด แน่นอนถ้าท่านมีทัศนะที่ว่าสิ่งนี้เป็นเงินทองก็จะเป็นภาระที่หนักอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามถ้าท่านมีเงินไม่พอ อย่างน้อยท่านอาจถวายเพียงเล็กน้อย ท่านสามารถถวายมากขึ้นที่ละเล็กละน้อย เหมือนกับการถวายชีวิตบูชา ถ้าท่านไม่ได้หมายความเช่นนี้ท่านก็จะต้องบากบั่นไปในอนาคตข้างหน้า แต่ท่านต้องมั่นใจว่าท่านจะสามารถสร้างเงื่อนไขแม้จะเป็นเงื่อนไขที่เล็กที่สุด ค่อยๆทำงานไปให้ถึงเป้าหมาย ในบางกรณีก็ต้องเริ่มต้น นี่เป็นเงื่อนไขของแผนงานที่สำคัญมากสำหรับท่านและข้าพเจ้าที่จะสามารถได้รับสิทธิอำนาจนี้
นี่ไม่ใช้เป็นเงื่อนไขสำหรับเราเท่านั้นแต่เป็นเงื่อนไขที่สำคัญเพื่อประโยชน์ของวงค์ตระกูลและเป็นประโยชน์ต่อลูกหลาน เมื่อคุณพ่อจัดให้มีการบริจาควันกูกูเจิล คุณพ่อพูดว่า "เครื่องบูชานี้เป็นเครื่องบูชาที่สำคัญของการชดใช้เพื่อที่จะเปิดทางให้ลูกหลานของท่านได้แก้ไขสิ่งทั้งมวลของท่านที่ท่านไม่สามารถบรรลุถึงจนถึงในเวลาปัจจุบันนี้ และโดยการแก้ไขพันธกิจที่บรรพบุรุษของท่านไม่สามารถบรรลุถึง" จากเหตุผลนี้ที่คุณพ่อได้จัดให้มีการบริจาค"
ฉะนั้นข้าพเจ้าปรารถนาให้ท่านรักษาสิ่งนี้ไว้ในใจของท่านทุกคนในการสร้างเงื่อนไขที่เล็กน้อยเพื่อจะสืบทอดสิทธิอำนาจของพ่อแม่ที่แท้จริง ดังนั้นเราสามารถเคลื่อนจากยุคสมัยที่เราอธิษฐานในนามของพ่อแม่ที่แท้จริงไปสู่ยุคสมัยที่เราอธิษฐานในนามของครอบครัวของเรา และเมื่อนั้นเราจะได้เชื่อมต่อกับพระเจ้าโดยตรงโดยผ่านในนามของเราเอง
และเงื่อนไขสุดท้ายคืออะไร? เงื่อนไขสุดท้ายคือการนำประชาชนที่ยังไม่ได้แต่งงาน 16 คนไปเข้าร่วมพิธีให้พร 400ล้านคู่ ประหนึ่งว่าเป็นพระผู้มาโปรดระดับเผ่า เราต้องเตรียมการถวายประชาชน 16 คนเพื่อให้บรรลุถึงเงื่อนไขหมายเลข16 ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่การถวายเครื่องบูชาที่จะสามารถแบ่งได้ก็ตาม แต่เราแต่ละคนต้องถวายครอบครัว 160ครอบครัวให้กับสวรรค์ ดังนั้นพื้นฐานนี้ เราต้องนำคนอย่างน้อย 16ไปถวายแด่เบื้องหน้าสวรรค์เสมือนเครื่องบูชาที่ถูกแบ่ง โดยอาศัยสิ่งเหล่านี้ทำให้เราสามารถบรรลุถึงเงื่อนไขที่เป็นแก่นสารที่สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างจากพ่อแม่ที่แท้จริง ในโอกาสการเฉลิมฉลองวันครบรอบวันเกิดคุณพ่อ 80 ปี
เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องบรรลุถึงความรับผิดชอบของเรา ในการที่จะสามารถสืบทอดการเปลี่ยนแปลงแผนงานนี้ เราแต่ละคนได้ให้พรกับ 160 ครอบครัวแล้ว หลังจากการให้บริจาควันคูคูจอล เราควรบรรลุถึงการเป็นพยานคนที่ยังไม่แต่งงาน 16 คน ภายในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
ถ้าเราไม่สามารถบรรลุถึงสิ่งนั้น เราจะยังไม่สามารถสืบทอดยุคสมัยที่เราอธิฐานโดยผ่านในนามของเราได้ หมายความว่าแผนงานได้ถูกบรรลุถึงแล้ว แต่สิ่งนี้ได้มาถึง "ข้าพเจ้า" ฤดูใบไม้ผลิตามแผนการของพระเจ้าได้มาถึง แต่จะไม่มาที่"ข้าพเจ้า" ฤดูใบไม้ผลิตามแผนการของพระเจ้าจะไม่มาที่"ครอบครัวของข้าพเจ้า" ดังนั้นครอบครัวเราต้องร่วมกัน เป็นสิ่งสำคัญที่เราจะได้รับซึ่งชัยชนะแห่งแผนงานของพระเจ้า

เหตุผลที่ข้าพเจ้าต้องเชื่อมต่อกับชัยชนะของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าคิดว่าข้าพเจ้าได้กล่าวสิ่งนี้แล้ว และพ่อแม่ที่แท้จริงได้เตรียมสำหรับพื้นฐานแห่งชัยชนะเรียบร้อยแล้ว การให้พร 400 ล้านคู่จะเป็นชัยชนะภายใต้เหตุการณ์ต่างๆ พื้นฐานของชัยชนะได้ถูกสร้างขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามถ้าชัยชนะไม่ใช่"ของข้าพเจ้า" ดังนั้นแล้วข้าพเจ้าจะไม่มีความสัมพันธ์กับสิ่งนี้ ชัยชนะของพ่อแม่ที่แท้จริงต้องเป็นชัยชนะตามแผนงานพระเจ้า และต้องกลายเป็นชัยชนะของครอบครัวของข้าพเจ้า ถ้าข้าพเจ้าไม่ได้เข้าร่วมการนำชัยชนะครั้งนี้ ดังนั้นแล้วการเชื่อมต่อดังกล่าวก็เป็นไปไม่ได้
พี่น้องชายพี่น้องสาว ข้าพเจ้าขอบอกท่านเรื่องหนึ่งซึ่งเวลานั้นได้มีพิธีปฏิญาณซึ่งถูกจัดขึ้นและพ่อแม่ที่แท้จริงได้เข้าร่วม ทุกๆคนที่เข้าร่วมการอธิฐานนี้อยู่ในชุดศักดิ์สิทธ์ ยกเว้นผู้หนึ่งที่ทำงานในโบสถ์สำนักงานที่เพิ่งกลับจากต่างประเทศ ข้าพเจ้าได้เป็นประธานพิธี และบุคคลนั้นเป็นตัวแทนในการกล่าว คยองเบ เบื้องหน้าพ่อแม่ที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม เพราะเขาไม่ได้สวมชุดศักดิ์สิทธ์ จึงไม่สามารถเข้ามายังห้องโถงพิธีได้ ซึ่งทุกๆคนอยู่ในชุดศักดิ์สิทธ์และนั่งอยู่ในห้องพิธีอย่างเป็นทางการ แล้วจะให้คนที่ไม่ได้สวมชุดพิธีเข้าร่วมพิธีนี้ได้อย่างไร? ดังนั้นเขาไม่สามารถเข้ามาได้เพราะเขาไม่ได้เตรียมตัว พิธีไม่สามารถเป็นพิธีของข้าพเจ้าได้ถ้าข้าพเจ้าไม่สามารถบรรลุถึงความรับผิดชอบของข้าพเจ้า
ฉะนั้นชัยชนะของพ่อแม่ที่แท้จริงจำเป็นต้องเป็นชัยชนะ "ของเรา" และชัยชนะ "ของเรา"ต้องกลายเป็นชัยชนะของ "ข้าพเจ้า" เราต้องมั่นใจต่อชัยชนะสำหรับการให้พร 400 ล้านคู่ที่จะมาถึงในเดือนกุมภาพันธ์นี้
วันนี้เพื่อที่การเปลี่ยนแปลงแห่งแผนงานที่ซึ่งเราสามารถสัมผัสได้ จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลง "ของเรา" กลายเป็นการเปลี่ยนแปลง"ของข้าพเจ้า" ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านทุกคนได้ทุ่มเทหัวใจในการค้นหาบุคคลที่ยังไม่แต่งงานผู้ที่ปรารถนาที่จะได้รับพรแห่งการแต่งงาน ไม่ใช่เรื่องยากที่จะกลายเป็นพระผู้มาโปรดระดับเผ่าในเวลาขณะนี้
จากสัดส่วนต่อหนึ่งคนควรหาผู้ที่จะไปรับพร 16 คนเป็นสิ่งที่ง่ายมาก ท่านรู้ไหมว่าทำไม? เพราะว่าเราได้เข้าสู่ยุคสมัยที่ประชาชนสามารถได้รับพร ถึงแม้พวกเขาจะนำคู่หมั่นหมายของเขามาเองก็ตาม ถ้าท่านพยายาม ไม่มีสิ่งใดที่ท่านไม่สามารถทำได้ พ่อแม่ที่แท้จริงได้อนุญาตสิ่งนี้ประหนึ่งว่าเราสามารถบรรลุถึงแผนงานการกลายเป็นพระผู้มาโปรดระดับเผ่า และให้พวกเราได้สืบทอดทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อแม่ที่แท้จริงปรารถนาที่จะส่งต่อมาให้เรา ท่านไม่คิดเช่นนั้นหรือ? ในอดีตเพียงสวรรค์และพ่อแม่ที่แท้จริงเท่านั้นที่รู้ แต่ในปัจจุบันนี้พ่อแม่ที่แท้จริงได้อนุญาตให้ประชาชนได้เข้าร่วมการรับพรแม้แต่จะเป็นคู่ที่เลือกกันเอง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว มันง่ายมากเพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกับเวลาในอดีต ที่เราจะกลายเป็นพระผู้มาโปรดระดับเผ่า การให้พรครั้งนี้ก็มาจากพ่อแม่ที่แท้จริงเช่นเดียวกัน ถ้าพ่อแม่ที่แท้จริงไม่อนุญาตสิ่งนี้ก็เป็นไปไม่ได้
ในบทสรุป เราสามารถทำแม้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าเราทุ่มเทความจริงใจทั้งหมดและสร้างความพยายามอย่างเต็มที่ ท่านเชื่อสิ่งนี้ไหม? [เชื่อ] ถ้าท่านไม่ทุ่มเทหัวใจทั้งหมดและความพยายามทั้งหมดในการทำงาน ท่านก็ไม่สามารถแม้แต่จะทำอะไรที่เป็นไปได้ สิ่งนี้เป็นเพราะว่าเรากำลังสร้างแผนงานในเหตุการณ์ต่างๆ นั้นหมายความว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นไปได้ต่อการสืบทอด ไม่ว่างานนั้นจะยากเพียงใด ท่านเข้าใจความหมายไหม? ข้าพเจ้าต้องการให้ท่านทุกคนทำให้ดีที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพท์ของแผนงานที่ยิ่งใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงนี้จะไปสู่ผลลัพธ์ของท่าน และการเปลี่ยนแปลงของท่าน จากการเป็นพยานให้ได้ 16 คน ในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงแผนงานอย่างไม่น่าเชื่อนี้ ในยุคที่เราอธิษฐานในนามของเรา