Education Menu
คำสอน

 

True Father photo
 
 

คุณพ่อ ซัน เมียง มูน
 

  เส้นทางพ่อแม่ที่แท้จริง   


บทที่ 1 เบื้องหลังการเกิดของพ่อแม่ที่แท้จริง

1.2 หมู่บ้านซังซา ตำบลโดกโอน อำเภอเชิงจู จังหวัดพยองอันบุก

มนุษยชาติได้สูญเสียบ้านเกิดของตนไป

โดยเริ่มแรกแล้ว พระเจ้าทรงโปรดให้มนุษยชาติมีบ้านเกิดเพียงแห่งเดียวเท่านั้น บ้านเกิดดังกล่าวเป็นสถานที่ที่อาดัมถือกำเนิดขึ้นและเติบโตขึ้น แล้วใครล่ะที่จะเป็นเจ้าของบ้านเกิดนั้น? เจ้าของบ้านเกิดนั้นควรเป็นพระเจ้าและพ่อแม่ที่แท้จริงที่มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง
หากอาดัมกับเอวาจะไม่ตกสู่บาปแล้วละก็ พวกเขาก็จะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า และในขณะเดียวกันก็จะกลายเป็นพ่อแม่ที่แท้จริงไปด้วย ดังนั้น บ้านเกิดของมนุษยชาติก็จะมีศูนย์กลางที่บุคคลซึ่งได้รับสิทธิในการเป็นพ่อแม่ที่แท้จริง หากสิ่งดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วละก็ ทั้งพระเจ้า พ่อ แม่ และลูก ทั้งหมดก็จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งตรงกันข้ามกลับเกิดขึ้น
ดั่งที่เราทราบกันแล้วว่า มนุษยชาติกลับวางตนให้มีความรักของซาตานเป็นศูนย์กลาง และได้สูญเสียบ้านเกิดของตนไป ด้วยเหตุนี้ มนุษยชาติจึงได้สืบทอดชีวิตของซาตานโดยผ่านความรักของซาตาน แล้วกลายเป็นบุคคลที่สูญเสียบ้านเกิดของตนไป แทนที่มนุษยชาติจะน้อมรับชีวิตของพระเจ้ามา พวกเขากลับรับเอาชีวิตของซาตานมา และแม้ว่าพวกเขาจะเกิดขึ้นจากความรักของพ่อแม่ก็ตาม แต่พวกเขาก็ถูกพ่อแม่ผลักไสไล่ส่ง นั่นเป็นเพราะชีวิตของพวกเขานั้นมาจากซาตานอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
แล้วมันเกิดอะไรขึ้น? สายเลือดของมนุษยชาติจึงด่างพร้อยไปด้วยเลือดของจอมมาร เนื่องจากมนุษยชาติได้รับสายเลือดจากจอมมาร พวกเขาจึงมีมลทิน และกลายเป็นผู้ที่สูญเสียบ้านเกิดของตนไป
จากภาพสรุปที่กล่าวมานี้ ความขุ่นเคืองของพระเจ้าคืออะไร? บ้านเกิด! ความขุ่นเคืองของพระเยซูคืออะไร? ก็บ้านเกิด! แล้วความหวังของบุคคลที่ชอบธรรมจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนที่เคยมีชีวิตอยู่คืออะไร? ก็คือบ้านเกิด! ดังนั้น ท่านจึงต้องทราบเกี่ยวกับการทำให้ปิตุภูมิกลายเป็นจริง เพราะนั่นคือความหวังของมนุษยชาติและความหวังของเหล่าบุคคลที่ชอบธรรมทั้งสิ้น

การตั้งรกรากในบ้านเกิดเริ่มแรกของมนุษย์

สถานที่ที่พ่อแม่ที่แท้จริงถือกำเนิดขึ้นควรเป็นสวนเอเดน แต่มันสูญเสียไปเพราะการตกสู่บาป ด้วยเหตุนี้ เจ้าของสวนเอเดนจึงควรเป็นบุคคลที่ถือกำเนิดขึ้นเป็นพ่อแม่ที่แท้จริงที่สอง แต่ด้วยว่าบ้านเกิดเริ่มแรกของมนุษยชาติก็คือสถานที่ที่พ่อแม่ที่แท้จริงถือกำเนิดขึ้น ในฐานะที่ท่านเป็นลูกหลานของมนุษยชาติ บ้านเกิดของท่านควรหาใช่อื่นใดไม่ นอกจากสถานที่ที่พ่อแม่ที่แท้จริงได้ถือกำเนิดขึ้นเท่านั้น จากทรรศนะของแผนการของพระเจ้า สถานที่ที่พ่อแม่ที่แท้จริงถือกำเนิดขึ้นนั้นควรเป็นบ้านเกิดของท่าน บ้านเกิดเริ่มแรกควรเป็นวิสุทธิสถาน
ท่านควรทำให้ความรู้สึกเริ่มแรกจากหัวใจที่มีต่อบ้านเกิดเช่นนั้นงอกงามขึ้น ขอเราท่านจงทำให้ความรู้สึกเริ่มแรกจากหัวใจที่มีต่อบ้านเกิดที่เกิดขึ้นนั้นให้งอกงามขึ้นเถิด! บ้านเกิดที่เราจะทำให้ความรู้สึกเริ่มแรกจากหัวใจเติบโตขึ้นนั้นอยู่หนใด?
“เชิงจู” ทำไมจึงเป็นเชิงจู? ทำไมเชิงจูและเกาหลีจึงต้องเป็นบ้านเกิดและปิตุภูมิด้วย? กล่าวโดยสรุปก็คือ เพราะนั่นเป็นน้ำพระทัยพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรา เพื่อเราจะได้พิชิตโลกและนำโลกกลับคืนสู่พระเจ้า
จุดเริ่มต้นแห่งหัวใจกับจุดวกกลับนั้นเป็นจุดเดียวกัน ตลอดเส้นทางของมัน มันควรดำเนินไปอย่างสมดุล ไม่โอนเอนไปด้านใดด้านหนึ่ง คำว่า เชิงจู เป็นคำที่เป็นมงคลใช่ไหม? ใครเป็นผู้กำหนดสถานที่สำหรับตั้งรกราก? “พระเจ้า” พระเจ้าทรงกำหนดมัน ทั้งข้าพเจ้าและคนเกาหลีต่างก็มิได้เป็นผู้กำหนด
มันถูกกำหนดขึ้นโดยพระเจ้าและมันก็เป็นเสมือนถนนที่เข้าใกล้บ้านเกิดของเราที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย เชิงจู เป็นชื่อที่เป็นมงคลและมันก็พอใจที่มันกลายเป็นบ้านเกิดของเหล่ามวลชน

อำเภอเชิงจู จังหวัดพยองอัน

คนที่มาจากจังหวัดพยองอันเป็นเหมือนเสือดุร้ายที่มาจากป่า แม้แต่คนที่มาจากรัสเซียหรือมาจากจีนก็ไม่ดุร้ายเท่า พวกเขาเป็นคนที่เดินทางข้ามชายแดนไปมาอย่างอิสระ จากมุมมองดังกล่าวจะเห็นได้ว่า คนที่มาจากจังหวัดพยองอันเป็นคนที่สามารถไปเกินขอบเขตของตน มันจึงทำให้พวกเขามีทักษะทางการทูตดี
ท่านทราบไหมว่าทำไมคนที่มาจากจังหวัดพยองอันจึงไม่รับตำแหน่งที่เป็นทางการ? เป็นเพราะเมื่อเขาได้รับตำแหน่งไปแล้ว เขาก็จะรวบทุกสิ่งทุกอย่างไว้ ดังนั้น อย่าประเมินพวกเขาต่ำเกินไป ทุกวันนี้ ในเกาหลีใต้ คนทั้งหลายที่มาจากทางเหนือเป็นพวกที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจไว้ ในจำนวนคนเหล่านั้น มีหลายคนที่มาจากจังหวัดพยองอัน แน่นอนว่าบางคนมาจากจังหวัดคยองซุง และจังหวัดคังวัน ใช่ไหม? (หัวเราะ)
นั่นเป็นเพราะพระเจ้าทรงปกป้อง ทุกสิ่งทุกอย่างต้องถูกแจกจ่ายออกไปอย่างเท่าเทียมกัน หากเอาไปเปรียบกับปลา พวกเขาเป็นพวกที่ชอบหัวปลากับลำตัวปลา ส่วนคนอื่นโดยทั่วไปจะชอบหางปลา ดังนั้น คนที่มาจากจังหวัดพยองอันจึงเป็นพหูสูต
ทำไมคนที่มาจากจังหวัดพยองอันจึงเป็นพหูสูต? เป็นเพราะจังหวัดพยองอันเป็นถิ่นกำเนิดดั้งเดิมของศาสนาคริสต์ในเกาหลี อีกทั้งยังเป็นสถานที่แห่งแรกที่ซึมซับอารยธรรมตะวันตกเอาไว้ ความคิดของคนที่นั่นจึงรวดเร็วกว่าใครๆ
คนที่มีชื่อเสียงมากมายมาจากอำเภอเชิงจู จังหวัดพยองอัน อำเภอเชิงจูเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง การจัดตั้งการเคลื่อนไหวเพื่อประกาศอิสระภาพนั้นมิได้เกิดขึ้นในกรุงโซล การต่อสู้กับลัทธิคอมมิวนิสต์นั้นเป็นการต่อสู้ของศาสนาคริสต์ ทั้งนายทหารมากมายที่มีอำนาจที่เกาะกลุ่มกันในแนวหน้าของการต่อสู้และคนที่มีชื่อเสียงมากมายล้วนมาจากจังหวัดพยองอันทั้งสิ้น
แม้กระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังมีคนที่เกิดที่นั่นมากมายมีชื่อเสียงขึ้นมา หากเพียงแค่มีการชุมนุมกันในอำเภอเชิงจูเท่านั้น จังหวัดพยองอันและเกาหลีเหนือทั้งหมดก็จะผลัดเวียนกันจัดชุมนุมบ้าง และเพราะสิ่งนี้นั่นเองที่คิมอิลซุงสามารถควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้จากกรุงเปียงยาง

หมู่บ้านซังซา ตำบลโดกโอน

มันมีสถานที่ที่ถูกเรียกว่าตำบลโดกโอน อำเภอเชิงจู จังหวัดพยองอัน นั่นเป็นสถานที่เกิดของพ่อแม่ที่แท้จริง ในบรรดาผู้ที่อาศัยอยู่ที่นั่น มีอยู่ 600 ชั่วอายุคนที่ตั้งรกรากที่นั่นด้วยความพยายามที่จะหนีความยากจน ใน 600 ชั่วอายุคนดังกล่าว มีคนทั้งหมดประมาณ 3,000 คน สถานที่ที่เรียกว่า ตำบลโดกโอน นั้นเป็นศูนย์กลางการสอนของโรงเรียนโอซัน เราจึงเห็นผลว่าทำไมจึงมีผู้ทรงปัญญามากมายเกิดขึ้นจากที่นั่น ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นผู้ลี้ภัยยากจนก็ตาม ระดับสติปัญญาของพวกเขาจึงสูง
คนเหล่านี้ได้ตั้งกลุ่มสมาคมชาวหมู่บ้านขึ้น แม้จะมีกองทุนให้กับผู้ที่ขัดสนก็ตาม แต่บรรดาผู้ที่ขัดสนเหล่านั้นต่างก็ปฏิเสธกองทุนต่างๆ แม้พวกเขาจะขัดสนก็ตาม แต่พวกเขาก็ไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากชาวหมู่บ้าน ผู้ที่ขัดสนเหล่านั้นต่างพากันกล่าวว่า “เราจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือใดๆ อย่างแน่นอน” ดังนั้น แม้จะยื่นถุงข้าวให้แก่ผู้ยากจน พวกเขาก็จะปฏิเสธ
ดังนั้น ทั้งกองทุนและถุงข้าวจึงเหลือ เหตุที่ตำบลโดกโอนเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าตำบลโดกโอนเป็นสถานที่เกิดของข้าพเจ้ามิใช่หรือ? (หัวเราะ) มีคนที่จบปริญญาเอกอยู่ 12 คน แต่มีนักธุรกิจน้อยคนมากที่มาจากที่นั่น เมื่อข้าพเจ้าสังเกตคนที่มาจากเชิงจู ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจพวกเขาเพราะทัศนคติของพวกเขานั้นดีมาก
เดิมทีข้าพเจ้าเกิดใน หมู่บ้านโดกซุง ตำบลโดกดัล อำเภอเชิงจู จังหวัดพยองอันบุก ชื่ออำเภอเชิงจู ตำบลโดกดัล หมายถึงสถานที่ที่บรรลุมาตรฐานศีลธรรม ส่วนชื่อหมู่บ้านโดกซุงนั้นหมายถึงหมู่บ้านที่สะท้อนมาตรฐานศีลธรรมดุจดวงดาวบนฟ้าสวรรค์ ภายหลังชื่อนี้ถูกเปลี่ยนไปเป็นตำบลโดกโอน คำว่า “โอน” หมายถึงสุภาพบุรุษหรือผู้ใฝ่ศึกษา คำว่า “โอน” นั้นเป็นที่รู้กันว่าคืออะไร? มันมิได้เป็นที่รู้กันว่าเป็นสัญลักษณ์ของพระผู้มาโปรดหรอกหรือ? เนื่องจากว่า ตำบลโดกโอน หมู่บ้านซังซา เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างจึงถูกพัฒนาขึ้น
หมู่บ้านของเราคือ หมู่บ้านซังชา แต่ตอนนี้มันมีข่าวลือแพร่สะพัดออกไปว่ามันเป็นหมู่บ้านของเกาหลีใต้ ทุกคนที่ดูเหมือนว่าจะเห็นดีด้วยกับเรื่องนี้ต่างคิดว่าคอมมิวนิสต์คงไม่ชอบ มันดูไม่เหมือนบุคลิกของข้าพเจ้าเลยใช่ไหม? “ซัง” หมายถึง สูง ส่วน “ซา” หมายถึงสติปัญญา ดังนั้น รวมกันมันจึงหมายถึง สติปัญญาเป็นเลิศ ที่ซึ่งมีความหมายว่า บุคคลจะต้องคิดเกี่ยวกับพระเจ้ามิใช่หรือ? ชื่อของสถานที่คือหมู่บ้านซังซา ดังนั้น มันจึงเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหมู่บ้านเกาหลีใต้ เอ๊ะ! ทั้งหมดก็เพราะชื่อสถานที่… ด้วยเหตุนี้ คนที่เกิดในสถานที่เช่นนั้นเช่นพวกเราจะต้องกลายเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ
เมื่อใส่คำนี้ลงในประโยค มันก็อาจมีความหมายว่า ไม่คิดถึงบ้านของตน แต่คิดถึงความมุ่งหมายส่วนรวม ดังนั้น เราควรคิดว่า บ้านของเราคือ 2221 หมู่บ้านซังซา ตำบลโดกโอน อำเภอเชิงจู หากเราเติบโตขึ้น มันก็จะไม่สามารถถูกจำกัดได้

การติดตามพ่อแม่ที่แท้จริงและการไปสู่บ้านเกิด

ไม่ว่าคนเราจะไปอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เราก็ไม่สามารถทิ้งถิ่นกำเนิดของเราไปได้ ความรู้สึกและอารมณ์แห่งหัวใจที่ไม่เปลี่ยนแปลงทำให้เราไม่สามารถถูกแยกจากถิ่นกำเนิดของเราได้ใช่ไหม? นั่นเป็นเพราะมันถูกเชื่อมต่อเข้าด้วยกันโดยผ่านการแผ่รากออกไป ไม่มีใครสามารถอยู่ได้เมื่อเขาแยกออกจากราก ดังนั้น จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนเราจะคิดถึงบ้านเกิดของเราเอง เมื่อพิจารณาจากทรรศนะเช่นนี้แล้ว บ้านเกิดจึงเป็นสถานที่ที่ชีวิตของข้าพเจ้าเชื่อมต่อด้วย อีกทั้งยังเป็นสถานที่สำคัญที่ซึ่ง 80% ของการศึกษาของข้าพเจ้านั้นได้รับมาจากที่นั่นด้วย ดังนั้น มนุษย์จึงไม่สามารถตัดชะตาชีวิตของตนออกบ้านเกิดใช่ไหม? หรือว่ามันไม่จริง?
หากข้าพเจ้ามาที่ปิตุภูมิ ที่ไหนที่ข้าพเจ้าอยากไปทันทีที่มาถึงสนามบินคิมโป? แม้ว่าที่นี่ก็คือปิตุภูมิก็ตาม แต่ข้าพเจ้าก็คงไม่ไปที่โซล แม้ว่ามันจะเป็นศูนย์กลางของปิตุภูมิก็ตาม นอกเหนือจากกรุงโซลและเขตที่เป็นศูนย์กลางแล้ว ข้าพเจ้าจะไปหมู่บ้านของข้าพเจ้าที่เชิงจูในจังหวัดพยองอันบุกซึ่งเป็นบ้านของข้าพเจ้าที่ตั้งอยู่ในท่ามกลางขุนเขาและสายธาร นั่นเป็นสถานที่ที่ข้าพเจ้าอยากไป การเดินทางของข้าพเจ้าจะสิ้นสุดลง ณ ที่นั่น เพราะที่นั่นคือถิ่นกำเนิดของข้าพเจ้า ดังนั้น การเดินทางจะต้องไปสิ้นสุดลงที่นั่น
มันคือการหวนกลับ มันเนื่องด้วยอะไร? มันเนื่องด้วยอารมณ์ แต่สาธุคุณมูนกำลังทำอะไร? เขากำลังทำอะไร? เขาเป็นผู้ที่เฝ้าคอยวันที่จะได้กลับไปยังบ้านเกิด เพื่อให้ง่ายเข้า หากถามว่า “เขาจะไปที่ไหน?” คำตอบก็คือ “กลับไปบ้านเกิดของเขา” “บ้านเกิดไหน?” “ไม่ใช่บ้านเกิดที่จอมปลอม แต่เป็นบ้านเกิดที่แท้จริง”
สาธุคุณมูนต้องการให้บ้านเกิดที่ซึ่งเขาถือกำเนิดขึ้น สวนที่เขาเติบโตขึ้น และหมู่บ้านที่เขาเคยไปเที่ยวเล่น เป็นเสมือนห้องเรียนสำหรับให้การศึกษา ดังนั้น ก่อนที่ท่านจะตาย ท่านต้องได้ยินเรื่องราวของข้าพเจ้าในสมัยที่ข้าพเจ้าไปเล่นแถวๆ เชิงเขาโดยตรงจากข้าพเจ้า ท่านต้องทราบประวัติของข้าพเจ้าอย่างชัดเจน หากท่านไม่ไปเยี่ยมสถานที่เช่นนั้นแล้วละก็ ท่านก็จะรู้สึกละอายใจในโลกฝ่ายวิญญาณ สำหรับบรรดาผู้ที่เข้าใจคำสอนแห่งความสามัคคีในอนาคต พวกเขาก็จะถือว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นเสมือนเมกกะของโบสถ์ หรือเป็นเยรูซาเล็มของศาสนาคริสต์
ดังนั้น เพื่อที่ท่านจะกลายเป็นพลเมืองสวรรค์ที่เป็นราชตระกูลได้นั้น ท่านต้องสามารถพูดได้ว่า ท่านติดตามพ่อแม่ที่แท้จริงตั้งแต่ต้นจนจบ ดังนั้น ท่านต้องไปเยือนสถานที่ที่เป็นที่ตั้งต้นของพ่อแม่ที่แท้จริง เมื่อพิจารณาเช่นนี้ สถานที่เช่นนั้นจึงเป็นเพียงสถานที่เดียวในประวัติศาสตร์มนุษย์ และนี่ก็เป็นโอกาสเดียวในประวัติศาสตร์ที่ท่านสามารถยืนอยู่ในตำแหน่งที่ท่านสามารถไปกับอาจารย์ (หมายถึงสาธุคุณมูน) เพื่อไปเยี่ยมเยือนบ้านเกิดของอาจารย์ที่เป็นบ้านเกิดเริ่มแรกของมนุษย์ นั่นเป็นสิ่งที่ท่านจะต้องได้รับการสรรเสริญ มีเพียงโอกาสเดียวที่มีคุณค่าที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ … ท่านต้องทราบข้อเท็จจริง และท่านก็จะต้องตัดสินใจไปที่นั่นแม้จะต้องเผชิญกับความตายก็ตาม

2. ประเพณีของตระกูลของนัมพยองมูนกับสภาพแวดล้อมของครอบครัว

การอธิษฐานของตระกูลมูนกับบุคลิกลักษณะที่ถ่ายทอดมา

สาธุคุณมูนของโบสถ์แห่งความสามัคคีเป็นผลิตผลของสถานที่ใด? (หัวเราะ) เป็นผลิตผลของจังหวัดพยองอันหรือเปล่า? ดังนั้น บรรพบุรุษของตระกูลมูนในจังหวัดพยองอันมาจากไหน? พวกเขาเป็นคนที่มาจากจังหวัดจอนรา นัมพยองคือตระกูลมูนในจังหวัดจอนรา บ้านเกิดเริ่มแรกที่ถูกเรียกว่านัมพยองนั่นอยู่ถัดจากนาจู หากท่านไล่ตรวจสอบดูแบบนี้ โดยเริ่มแรกแล้ว ข้าพเจ้าก็มาจากจังหวัดจอนรา (หัวเราะ) ที่ข้าพเจ้ากล่าวเช่นนี้ก็เหมือนกับเป็นการลบล้างความขัดข้องใจของชาวจังหวัดจอนรา ดังนั้น ชาวจังหวัดจอนราจึงพูดกันว่า สาธุคุณมูนแห่งหมู่บ้านนัมพยองได้ไปพูดแบบนั้นที่จังหวัดคยองซันซึ่งเป็นจังหวัดคู่ปรับ ดังนั้น เขาต้องอยู่ในฝ่ายเรา ท่านรู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม? (หัวเราะ)
เมื่อข้าพเจ้ามองลึกเข้าไปในบรรพบุรุษของตระกูลมูน ข้าพเจ้าสังเกตได้ว่าตระกูลมูนตั้งต้นมาจากลูกนอกกฎหมาย เมื่อเราพิจารณาจากผังครอบครัวจะพบว่ามีกษัตริย์คนหนึ่งในสมัยราชวงศ์ชิลล่า ชื่อว่ากษัตริย์จาบิง กษัตริย์จาบิงได้รับการเปิดเผยในความฝันของเขาว่ามีเด็กพิเศษคนหนึ่งเกิดขึ้นในประเทศ และความฝันก็ได้บอกให้เขาไปยังสถานที่แห่งหนึ่งที่ซึ่งมีก้อนหินที่ถูกเรียกว่า หินมูนอัมโบง เขาพบทารกคนหนึ่งกำลังร้องไห้ นั่นเป็นการเริ่มต้น จากทรรศนะของแผนการของพระเจ้า ผู้ก่อตั้งแนวความคิดแบบฮวารังโดเป็นผู้ที่มาจากตระกูลมูน ขณะนี้ เราไม่ค่อยชัดเจนนักเกี่ยวกับเรื่องนั้น เป็นเพราะเรื่องราวที่ซับซ้อนเหล่านั้นได้ผสมปนเปกันไปหมด
มูนโนงควัน (สมาชิกคนหนึ่ง) กล่าวไว้ว่า โอรสองค์ที่สองแห่งกษัตริย์ลีแธโจเป็นผู้เล่าเรื่องนี้ มีผู้รักชาติมากมายเป็นคนที่มาจากตระกูลมูน และเพราะเหตุนี้จึงมีพระราชกฤษฎีกาของกษัตริย์ในต่อมาระบุว่า ในอนาคต ลูกหลานของตระกูลมูนจะต้องไม่ถูกใช้เสมือนผู้รับใช้ มีนักวรรณคดีถ่ายทอดเรื่องนี้เอาไว้ ดังนั้น นับตั้งแต่ยุคของกษัตริย์ลีโจเป็นต้นมา ตระกูลมูนจึงไม่เคยถูกใช้เสมือนผู้รับใช้เลย เมื่อมองจากแผนการของพระเจ้า เรื่องราวนี้สอดคล้องกับแผนการของพระเจ้าด้วยเหตุผลบางประการ
นอกจากนี้ เนื่องจากตระกูลมูนเป็นตระกูลที่ฉลาด พวกเขาจึงได้รับตำแหน่งที่สำคัญในองค์กรต่างๆ อีกด้วย คนในตระกูลมูนเป็นคนมีสติปัญญาและยังเป็นคนที่หัวรั้นอีกด้วย พวกเขาเป็นจอมหัวรั้นตัวจริง ในช่วงรัชกาลของกษัตริย์ลีโจ ตระกูลมูนยังมิได้ครอบครองตำแหน่งที่เป็นทางการใดๆ สิ่งนี้มิได้เป็นเพราะพวกเขาไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่รับตำแหน่งเหล่านั้น
โดยเหตุที่พวกเขาทำตามเจตจำนงเสรีของเขาเอง เมื่อมองจากทรรศนะเช่นนี้ พวกเขาเป็นตระกูลที่มีสำนึกในคุณค่าของความซื่อสัตย์ ตระกูลมูนเป็นจอมรั้นที่มีมโนธรรม และไม่เคยอ่อนข้อให้กับสิ่งใดก็ตามที่ไม่ชอบธรรม ลูกหลานของตระกูลมูนขณะนี้มีถึง 400,000 คน และข้าพเจ้าก็ถือกำเนิดขึ้นมาจากสายเลือดแบบนั้น
มูนโนงควัน! (ครับ) ขงจื้อพูดอะไรไว้บ้างในเรื่องที่ว่า จะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นจากตระกูลมูน? (เขาบอกว่า นักบุญจะถือกำเนิดขึ้น) พูดอีกครั้งสิ (ครับ) ข้าพเจ้าไม่ทราบมาก่อนเลยว่าขงจื้อพูดเอาไว้แบบนั้นจริงๆ ท่านดูคล้ายกับผีน่าเกลียด (หัวเราะ) (มูนโนงควันพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เป็นเวลา 20 นาที)

ประเพณีครอบครัวในการรับใช้แขกและขอทาน

ประเพณีครอบครัวที่ถูกสืบทอดมาตลอดทุกชั่วอายุคนก็คือ แขกผู้หิวโหยจะต้องไม่จากไปมือเปล่า เมื่อใดก็ตามที่แขกมาเยี่ยมเรา พวกเขาจะต้องไม่กลับไปมือเปล่า แม้จะเป็นวันจัดงานฉลองก็ตาม เรามีประเพณีครอบครัวแบบนั้น
ด้วยเหตุนี้ เราให้อาหารแก่คนมากมายจากทั่วสารทิศ ในช่วงที่ญี่ปุ่นปกครอง คนทั้งหลายถูกยึดทุกสิ่งทุกอย่างไป ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกใดนอกจากหนีไปลี้ภัยในมองโกเลีย ในช่วงนั้น คุณแม่ของข้าพเจ้าให้อาหารแก่ผู้ลี้ภัยมากมายที่อพยพผ่านบ้านของเรา คุณแม่ของข้าพเจ้าต้องให้อาหารแก่คนมากมายเฉลี่ยวันละ 30-40 คน แม้ว่าเธอได้ทำสิ่งนี้เกือบทุกวันตลอดชีวิตของเธอ ข้าพเจ้าก็ไม่เคยได้ยินเธอปริปากบ่นเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แม้เราจะเป็นเจ้าของเครื่องโม่แป้งก็ตาม แต่เกือบตลอดเวลาจะมีคนหนึ่งหรือสองคนใช้มัน แม้ว่าเราจะขอร้องพวกเขาว่าไม่ให้อยู่ที่นั่นก็ตาม แต่คนทั้งหลายก็ยังหวนกลับมาเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถพบที่อื่นใดที่พวกเขาสามารถได้รับอาหารได้เลย ผลที่ตามมาก็คือ ข้าพเจ้าสนิทกับขอทาน ในช่วงฤดูหนาว เมื่อมีขอทานมาขออาหาร ทั้งคุณแม่ของข้าพเจ้าและพี่สะใภ้ของข้าพเจ้าต่างก็วิ่งรี่เข้าไปในครัวเพื่อเตรียมอาหาร หากพวกเขาไม่สามารถหาอาหารใดๆได้ พวกเขาก็จะให้อาหารของเขาเองที่อยู่บนโต๊ะอาหารแก่ขอทาน เมื่อเป็นแบบนี้ บางครั้งพวกเขาจึงไม่มีอาหารรับประทาน
บ้านที่ให้อาหารแก่ขอทานจะไม่มีวันล่มจม และลูกหลานของพวกเขาก็จะได้รับการต้อนรับจากผู้คนทั่วทุกหนแห่ง ดังนั้น คนอย่างสาธุคุณมูนจึงถือกำเนิดขึ้นมิใช่หรือ? ข้าพเจ้าก็เป็นแบบนั้นด้วย ข้าพเจ้าเป็นผู้ที่ให้อาหารแก่คนทั่วโลก ในช่วงชีวิตของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าทั้งให้อาหารและเสื้อผ้าของข้าพเจ้าแก่คนมากมายนับไม่ถ้วน ทำไมข้าพเจ้าจึงทำเช่นนั้น? ที่ข้าพเจ้าทำเช่นนี้ก็เพราะว่า ข้าพเจ้าคำนึงถึงเรื่องความเท่าเทียมกันระหว่างความรักกับชีวิตอยู่เสมอ

คุณทวดมูนจุงฮัล
(วันที่ 3 เดือน 11 ค.ศ.1841 ~ วันที่ 26 เดือน 11 ค.ศ.1918 ตามปฏิทินจันทรคติ)

หากท่านติดตามข้าพเจ้า ท่านจะต้องทราบประวัติของข้าพเจ้าและประวัติของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องราวของคุณทวดของข้าพเจ้า คุณทวดของข้าพเจ้าห่างจากข้าพเจ้าอยู่สี่ชั่วอายุคนใช่ไหม? (ใช่) นับจากคุณทวดของข้าพเจ้าเป็นต้นมาจนถึงรุ่นข้าพเจ้านั้น มีอยู่ด้วยกันสี่ชั่วอายุคน ในตอนนั้น คุณทวดของข้าพเจ้าได้ย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านซังซาซึ่งเป็นที่อยู่ปัจจุบัน คู่สมรสของคุณทวดก็ได้จากบ้านเกิดเริ่มแรกของเธอมาอยู่ด้วย และโดยผ่านการอดทนต่อความยากลำบากมากมาย ต่อมาในภายหลัง พวกเขาจึงได้รับพรจากสวรรค์และกลายเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งเลยทีเดียว
คุณทวดของข้าพเจ้ามีลูกชายสามคน คุณปู่ของข้าพเจ้าที่ชื่อ มูนจีกุก เป็นลูกชายคนโต คนถัดจากคุณปู่ของข้าพเจ้าคือ คุณปู่มูนชินกุก และตามด้วยคุณปู่มูนยูนกุก ซึ่งไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ ปาจู บ้านของเราคือบ้านของลูกชายคนโตในบ้าน ซึ่งในสมัยคุณทวดของข้าพเจ้า พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีทีเดียว พวกเขาเป็นครอบครัวที่เป็นที่เลื่องลือกันในแถบนั้นก็เพราะพรที่ได้รับจากสวรรค์ พวกเขาจึงมีผู้สืบสกุลที่ดี

คุณปู่มูนจีกุก
(วันที่ 2 เดือน 9 ค.ศ.1870 ตามปฏิทินจันทรคติ)

คุณปู่ของข้าพเจ้าไม่รู้หนังสือเลย คุณปู่ไม่ได้ไปโรงเรียนหรือห้องเรียนของหมู่บ้าน แต่เขาทราบเรื่องราวเกี่ยวกับ “สามอาณาจักร” ตั้งแต่หน้าแรกจนหน้าสุดท้าย หากเขาได้เริ่มต้นเล่าออกมาเมื่อไร เขาจะเล่าแบบไม่หยุดจนกว่าจะจบ นอกจากนี้ คุณปู่ยังมีความสามารถในการสะกดผู้ฟังเอาไว้ หากใครได้เริ่มฟังคุณปู่เล่าแล้วละก็ เขาก็จะไม่ไปไหนจนกว่าเรื่องจะจบลง
บ้านของเราตั้งอยู่บนถนนสายหลักของหมู่บ้าน และหากท่านไปเยี่ยมบ้านของคุณปู่มูนแล้วละก็ บางที ท่านอาจจะพบว่ามีแขกอยู่ราว 30 คนรวมตัวกันอยู่ในห้องรับแขก คุณแม่ของข้าพเจ้าเป็นคนที่มีลักษณะเข้มแข็ง แต่เธอเชื่อฟังคุณปู่ของข้าพเจ้าตลอดชีวิตโดยมิเคยปริปากบ่นออกมาแม้แต่คำเดียว เนื่องจากอำนาจชักจูงของคุณทวดของข้าพเจ้า ในที่สุด คุณปู่ของข้าพเจ้าซึ่งดื่มสุราและสูบยาเป็นครั้งคราวก็เลิกสูบ หลังจากที่คุณปู่เสียชีวิต คุณย่าของข้าพเจ้าก็เริ่มสูบยาเนื่องจากอายุมากและอยู่คนเดียว แต่คุณย่าก็เลิกสูบเพราะว่า แทนที่เธอจะใช้เงินเพื่อซื้อยาสูบ เธอกลับเอาเงินมาใช้หาอาหารให้กับผู้หิวโหยแทน

คุณปู่สาธุคุณมูนยูนกุก
(วันที่ 30 เดือน 1 ค.ศ.1877 ~ วันที่ 2 เดือน 1 ค.ศ.1958 ตามปฏิทินจันทรคติ)

คุณปู่มีพี่น้องสามคน คนสุดท้องเป็นพระนักเทศน์ เขารับผิดชอบองค์กรที่เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องเอกราชในจังหวัดพยุนกันบุกโด ในช่วงวันที่ 1 มีนาคม ปี ค.ศ. 1919 เขาวางแผนสำหรับการเคลื่อนไหวร่วมกับผู้นำคนอื่นๆ ทั่วประเทศ และเป็นผู้นำเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลญี่ปุ่นซึ่งประกอบไปด้วยครูและนักเรียนโรงเรียนโอซัน คนที่มาโบสถ์ของเขา และพลเรือน ด้วยการเดินโบกธงไปตามถนนทุกสายในเปียงยาง ในที่สุด เขาถูกตำรวจญี่ปุ่นจับที่ อิลฮยอน ในข้อหาที่เป็นผู้นำเดินขบวน และต้องโทษจำคุกสองปี หลังจากถูกปล่อยตัวออกมา เขาก็สามารถกลับมาอยู่กับครอบครัวของเขาในบ้านเกิดได้ แต่เขาไม่ เขากลับเร่ร่อนไปในต่างแดนเพื่อหลบเลี่ยงการกดขี่จากตำรวจญี่ปุ่นจนกระทั่งวาระสุดท้ายในชีวิตของเขามาถึง เขาเสียชีวิตที่ เจิงซัน จังหวัดคังวอน
เงินจำนวนเจ็ดหมื่นวอนในสมัยนั้นเป็นเงินก้อนใหญ่มาก แต่เขาส่งเงินนั้นทั้งหมดไปให้รัฐบาลพลัดถิ่นที่เซี่ยงไฮ้ การที่เขาทำงานเช่นนั้น มันทำให้เขาต้องเร่ร่อนไปในต่างแดนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ โดยการมีชีวิตแบบนั้นตลอดชีวิต มันทำให้เขาสามารถสร้างพื้นฐานที่พระเจ้าสามารถทรงงานได้ขึ้น เขาเสียสละครอบครัวของเขา โบสถ์ของเขา และชีวิตของเขาเองอย่างแท้จริงเพื่อมุ่งช่วยประเทศของเขา และแบกรับภาระอันหนักอึ้งเอาไว้ตลอดชีวิตของเขาโดยการเป็นผู้เร่ร่อน
เมื่อเขามาที่เกาหลีใต้ เขาเป็นเพียงญาติคนเดียวของข้าพเจ้าในเกาหลีใต้ เขามาเข้าฝันหลานของเขาคนหนึ่งแล้วเล่าให้ฟังว่าเขาจบชีวิตลงอย่างไรและถูกฝังไว้ที่ไหน ลูกพี่ลูกน้องของข้าพเจ้าที่ชื่อยังกี่เดินทางไปตามที่เขาบอกในความความฝัน แล้วก็ได้พบสถานที่ในความฝัน แต่เขาเสียชีวิตไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในสถานที่นั้นเหมือนกับที่ได้รับการบอกเล่าในความฝัน

คุณพ่อมูนคยุงโย
(วันที่ 11 เดือน 7 ค.ศ.1893 ~ วันที่ 11 เดือน 10 ค.ศ.1954 ตามปฏิทินจันทรคติ)

พูดถึงคุณพ่อของข้าพเจ้าแล้ว กล่าวได้ว่า เขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์มากคนหนึ่ง หากเขายืมเงินใครในภาวะฉุกเฉิน เขาแทบจะไม่สามารถทำอะไรได้จนกว่าเขาจะชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยได้ทันตามที่ให้สัญญาไว้แล้ว ในหลายๆ กรณี เขาเป็นคนที่รักษาคำพูด ข้าพเจ้าสามารถพูดได้เลยว่าเขาเป็นแชมเปี้ยนในการทำให้ได้ตามที่เขาพูดไว้ เขามีมโนธรรมที่ชัดเจน
คุณพ่อของข้าพเจ้าได้เก็บรักษาหนังสือเพลงสรรเสริญที่มีความหนา 400 หน้าเอาไว้อย่างดี แต่เขามิได้นำมันติดตัวไปโบสถ์ด้วย มีอยู่วันหนึ่ง ข้าพเจ้าถามเขาว่า “ทำไมคุณพ่อไม่เอาหนังสือเพลงติดตัวไปด้วย?” เขาตอบว่า “มันน่ารำคาญ และอีกอย่าง พ่อก็กลัวว่าพ่อจะทำมันหาย ดังนั้น เก็บมันไว้ที่บ้านนั่นแหละดีแล้ว” (หัวเราะ) ข้าพเจ้าถามกลับไปว่า “แล้วคุณพ่อจะร้องเพลงโดยไม่ใช้หนังสือได้อย่างไร?” เขาตอบว่า “อย่างไรหรือ? พ่อก็ร้องเพลงพร้อมกับคนอื่นตอนที่เขาร้องนะสิ และถ้าเพลงไหนที่พ่อจำไม่ได้ พ่อก็ดูของคนข้างๆ ได้” ความจริงแล้ว เขาจำเนื้อได้ทุกหน้าเลย ร่างกายของข้าพเจ้านั้นบึกบึนและแข็งแรง ซึ่งจริงๆ แล้ว ข้าพเจ้าเป็นคนที่แข็งแรง คุณพ่อของข้าพเจ้าแข็งแรงพอที่จะยกกระสอบข้าวขึ้นบันได้แบบนี้ได้ (โอ้โห!) ข้าพเจ้ามาจากสายเลือดที่แข็งแรงขนาดที่แม้ว่าจะมีอายุเจ็ดสิบกว่าปีแล้วก็ตาม ข้าพเจ้าก็ยังโอเคอยู่

มิสซีสคิมคยุง-กเย (ชุงโมนิม : คุณแม่ผู้ซื่อสัตย์)
(วันที่ 15 เดือน 10 ค.ศ.1888 ~ วันที่ 7 เดือน 1 ค.ศ.1968 ตามปฏิทินจันทรคติ)

พูดถึงคุณแม่ของข้าพเจ้า ว่าไปแล้ว คุณแม่ก็เหมือนสตรีเพศทั่วๆ ไป ใช่ เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง กล่าวได้ว่าเธอเป็นคนประเภท “ขอมีส่วนร่วมด้วยคน” ข้าพเจ้าเกรงว่าคำนี้จะไม่ตรงกับลักษณะของเธอสักทีเดียวนัก แต่เธอก็ชอบที่จะมีส่วนร่วมในทุกสถานการณ์ ข้าพเจ้าก็มีส่วนคล้ายกับคุณแม่ของข้าพเจ้าอยู่หลายประการ ถ้ามองดูผิวเผิน ข้าพเจ้าอาจดูเหมือนว่าเป็นคนที่ถูกสร้างมาให้แข็งแกร่ง ข้าพเจ้าเป็นคนที่มีแข็งแรงมากและร่างกายกำยำล่ำสัน
คุณแม่ของข้าพเจ้าเป็นผู้หญิงที่มีลักษณะเข้มแข็ง ขณะที่เธอเฆี่ยนเด็กให้เลิกเกียจคร้านด้วยไม้เรียว เธอจะไม่ยอมหยุดกลางคัน ข้าพเจ้ามีนิสัยดื้อรั้นและไม่ยอมก้มหัวให้กับใครเหมือนกับคุณแม่ของข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าตั้งใจไว้แล้ว ข้าพเจ้าก็จะไม่ย่อท้อ ข้าพเจ้าเป็นแบบนี้จริงๆ
ข้าพเจ้ามีพี่น้องที่เป็นผู้หญิงหกคนกับพี่ชายหนึ่งคน คุณแม่ของข้าพเจ้ามีลูกทั้งหมดสิบสามคน ภรรยาของข้าพเจ้าก็มีลูกสิบสามคนเหมือนกัน ดูเหมือนว่ามันจะถูกถ่ายทอดจากชั่วอายุคนหนึ่งไปยังอีกชั่วอายุคนหนึ่ง ครอบครัวของเรามีประเพณีว่าจะต้องมีลูกให้มากๆ พี่น้องของข้าพเจ้าหลายคนเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก แต่ยังเหลือพี่น้องอยู่แปดคนจากสิบสามคน (บ้านของพี่ชาย บ้านของน้องชาย ยังโว ฮโยซัน ยังมยอง ฮโยชิม ฮโยซู และฮโยซัน) ท่านจินตนาการออกไหมว่ามันเป็นงานที่ยากเพียงใดสำหรับคุณแม่ของข้าพเจ้าที่จะต้องแต่งลูกสาวถึงหกคน? ข้าพเจ้าคิดว่าการที่เจ้าสาวที่จะแต่งงานเข้าไปในครอบครัวอื่นอยู่แล้วยังต้องเป็นภาระให้กับสมาชิกครอบครัวและญาติทั้งหลายในการตระเตรียมงานแต่งงานนั้นเป็นเรื่องน่าสงสาร แม้ว่าเธอจะต้องแต่งงานก็ตาม ข้าพเจ้าก็คิดว่าเจ้าสาวคงจะต้องรู้สึกคับแค้นใจที่เกิดมาเป็นผู้หญิงเมื่อเธอถูกบังคับให้ต้องไปสู่อีกครอบครัวหนึ่งโดยทิ้งภาระหนักไว้ให้คนในครอบครัวของเธอ
ในการแต่งงาน ครอบครัวของเจ้าสาวจะถูกประเมินค่าด้วยของกำนัลที่ให้กับครอบครัวของเจ้าบ่าว ในบ้านเกิดของข้าพเจ้า เราเรียกมันว่าเครื่องวัดความจริงใจ ข้าวของและเสื้อผ้ามากมายต้องถูกจัดหาและห่อเป็นของกำนัล ในจังหวัดเปียงยาง พวกเขาจะคอยนับดูว่าผ้าฝ้ายเนื้อดีที่สุดที่เจ้าสาวนำมาติดตัวมาครอบครัวใหม่ด้วยนั้นยาวกี่หลา ทุกครอบครัวต่างก็จะพยายามส่งของกำนัลดีๆ ไปกับลูกสาวเพื่อให้ครอบครัวเจ้าบ่าวมีหน้ามีตา
คนเราต้องรับประทานอาหารและสวมใส่เสื้อผ้า ดังนั้น อาหารและเสื้อผ้าจึงเป็นสิ่งสำคัญที่พวกเขามักใช้เป็นสิ่งของที่ต้องเตรียมให้กับการแต่งงานของลูกสาวของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้หญิงได้แต่งงานกับผู้ชายที่มาจากครอบครัวที่ดีซึ่งมีผู้อาวุโสมากมายอาศัยอยู่ในบ้าน สมัยก่อนนั้นยังไม่มีไนล่อนใช้ ผ้าทั้งหมดถูกทำขึ้นโดยที่ผู้หญิงเป็นคนเก็บและปั่นฝ้าย สาวเป็นด้าย แล้วถักทอด้วยเครื่องทอ
คุณแม่ของข้าพเจ้าเป็นแชมป์ในงานเหล่านี้ เธอเป็นคนที่ทั้งเข้มและแข็ง ภายในสองวัน ผู้หญิงธรรมดาจะทอได้สามหรือสี่จัง แต่คุณแม่ของข้าพเจ้าทอได้ยี่สิบจัง ตอนที่พี่สาวของข้าพเจ้าแต่งงาน คุณแม่ของข้าพเจ้าทอผ้าให้วันละพับ …
เธอจะไม่ทำงานอย่างโอ้เอ้ ข้าพเจ้าเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่ข้าพเจ้าทำอะไรได้รวดเร็วอย่างที่ท่านทราบ (หัวเราะ) คุณแม่และคุณพ่อของข้าพเจ้ารักข้าพเจ้ามาก มันเป็นปกติวิสัยที่แม่จะรักลูกของตน แต่สำหรับคุณแม่ของข้าพเจ้านั้นพิเศษออกไปอย่างมาก ขืนข้าพเจ้ายังเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังต่อไปอีก ท่านก็คงจะต้องร้องไห้อยู่หลายครั้งทีเดียว

พี่ชายมูนยังซู
(วันที่ 5 เดือน 3 ค.ศ.1915 ~ ? ตามปฏิทินจันทรคติ)

พี่ชายของข้าพเจ้าเป็นคนเคร่งศาสนาขนาดที่ว่า เขาทราบล่วงหน้าว่าเกาหลีจะได้รับเอกราชและสงครามเกาหลีจะยุติ เขาจะมีท่าทีที่จะการแก้ปัญหาทั้งหลายที่เขาต้องเผชิญตามการชี้นำของโลกฝ่ายวิญญาณ เขาต้องทรมานเพราะสุขภาพไม่ดี แต่เขาก็ไม่เคยคิดหรือแม้แต่ฝันเลยว่าจะมียาใดที่สามารถรักษาความเจ็บป่วยของเขาได้ เขาพยายามเอาชนะความเจ็บป่วยโดยการอธิษฐานและด้วยความศรัทธา ในที่สุด เขาก็สามารถหายได้โดยชีวิตศาสนาของเขา สำหรับพี่ชายของข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าเป็นใครคนหนึ่งที่เขาคิดว่าสูงส่งราวกับว่า เป็นน้องชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ อะไรก็ตามที่ข้าพเจ้าขอให้เขาทำ เขาก็ไม่เคยพลาดที่จะทำสิ่งนั้นให้กับข้าพเจ้า อะไรก็ตามที่ข้าพเจ้าบอกเขา เขาก็จะเชื่อสนิท
ข้าพเจ้าถูกบังคับให้ต้องแยกจากพี่ชายอันเป็นที่รักเพราะประเทศถูกแบ่งออกเป็นเหนือและใต้ เขาอาจถูกฆ่าโดยระบอบการปกครองในเกาหลีเหนือ ข้าพเจ้าคิดว่าสมาชิกครอบครัวทั้งหมดของข้าพเจ้าและญาติพี่น้องจะต้องมีชีวิตอยู่โดยถูกล่ามไว้อย่างยากลำบากกับความเลวร้ายไปจนกระทั่งชีวิตจะหาไม่ หรือบางที พวกเขาอาจจะมีชีวิตรอด หากพวกเขาตกไปอยู่ในฝ่ายตรงกันข้ามเนื่องจากกิจกรรมทั้งหลายที่ข้าพเจ้าทำในเกาหลีใต้ จากทรรศนะของประวัติศาสตร์ มันเป็นเส้นทางที่เป็นจำเป็นสำหรับพวกเขาที่จะต้องผ่านไปเพราะข้าพเจ้า

บุตรชายคนโตถูกเตรียมโดยพระเจ้า

ข้าพเจ้ามีที่มาที่ไปแตกต่างจากที่ท่านคิด หรือพูดอีกอย่าง ข้าพเจ้าคิดว่าที่มาที่ไปของข้าพเจ้านั้นแตกต่างไปจากท่านทั้งหลายในที่นี้ บรรพบุรุษของเราเป็นใครก็ไม่รู้ ท่านรู้สึกหัวเสียขึ้นมาหรือเปล่า? มีคนที่นามสกุลมูนในที่นี้บ้างไหม? โปรดยกมือขึ้น!
ท่านจะพูดแบบนี้ไหมว่า “กล้าดีอย่างไรถึงทอดทิ้งเรา? เราก็เป็นลูกของครอบครัวที่ได้รับพรเหมือนกัน” ข้าพเจ้าซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านนั้นเกิดขึ้นมาในโลกด้วยเงื่อนไขที่จำเป็นและเพียงพอกว่ามาตรฐานที่ท่านมี มาตรฐานสำหรับพระเจ้านั้นจะต้องให้ข้าพเจ้าเกิดขึ้นด้วยการเตรียมสายเลือดทั้งหมดที่ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานของการเกิดของท่านที่เกิดจากพ่อแม่ที่ได้รับพร เป็นเวลาหลายสิบปีที่ข้าพเจ้าต้องเร่ร่อนไปในโลกอันกว้างใหญ่ที่ไม่รู้จักเพื่อค้นหาความจริงอันสูงสุด บนหนทางนี้ ข้าพเจ้าได้อดทนต่อความทุกข์ยากที่เกินกว่าใครในประวัติศาสตร์มนุษย์จะจินตนาการออก พรเช่นนั้นไม่สามารถถูกสืบทอดไปง่ายๆ อย่างไร้ค่าได้ แม้มันออกจะขัดกับหลักเหตุผลอยู่บ้างก็ตามที แต่หากท่านเกิดในครอบครัว ท่านต้องรักผู้เป็นตัวแทนที่สามารถเป็นพ่อแม่ของท่านหรือกษัตริย์ของชาติของท่านจนกว่าความรักของท่านจะได้รับการสรรเสริญจากลูกหลานของท่านตลอดไป แล้วท่านจึงจะสามารถเป็นทายาทของครอบครัวนั้นได้ นั่นเป็นหลักการของการสืบทอด ดังนั้น มันไม่สามารถเป็นไปอย่างที่ท่านคิด
ดังนั้น เวลาจะมาถึง เวลาที่คนทั้งหลายจะต้องรักเผ่ามูน ข้าพเจ้าหมายความว่า เวลาจะมาถึง เวลาที่คนทั้งหลายจะเคารพนับถือคนในเผ่ามูนและติดตามรับใช้คนในเผ่ามูนแบบเดียวกับที่ท่านติดตามรับใช้ข้าพเจ้า ท่านควรอยู่ฝ่ายพระเจ้าและอธิษฐานสำหรับพระองค์ การฝึกฝนเช่นนี้ควรจะสร้างประเพณีที่ไม่เปลี่ยนแปลงขึ้น ลูกชายคนโตควรอยู่ในอาณาจักรสวรรค์ การที่จะทำให้โลกเป็นหนึ่งเดียวกันได้นั้น มันจะต้องมีมาตรฐานบางอย่างสำหรับประเทศที่เปิดโอกาสให้เผ่ามูน ในฐานะบุตรชายคนโต เผ่ามูนควรกลายเป็นผู้นำของตัวแทนทั้งหมดจากทั่วโลก
คนที่พยายามต่อสู้เพื่อผู้อื่นจะกลายเป็นอะไร? เขาจะกลายเป็นบุคคลศูนย์กลาง หากท่านยังคงทำงานต่อไปเพื่อผลประโยชน์ของประเทศของท่านแล้วละก็ ท่านซึ่งเป็นหนึ่งในครอบครัวมูนก็จะเป็นศูนย์กลางของเผ่า และวันนั้นก็จะใกล้เข้ามา วันที่เผ่ามูนจะสามารถสืบทอดพรแห่งสวรรค์ (ปรบมือ) มีใครสมัครใจที่จะมีชีวิตแบบนั้นเช่นดังข้าพเจ้าบ้าง โปรดยกมือขึ้นและปฏิญาณร่วมกัน

3. ความสับสนอลหม่านครั้งประวัติศาสตร์กับการเกิดของคุณพ่อที่แท้จริง

สามปีหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

นับจากประวัติศาสตร์สมัยใหม่หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นต้นมา ข้าพเจ้าได้ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับความสับสนและสงครามในทั่วโลก ท่านก็ได้เรียนรู้แล้วว่า ความเป็นไปของประวัติศาสตร์นั้นมิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หากแต่เกิดขึ้นเพื่อเป็นเงื่อนไขให้มนุษย์จ่ายการชดใช้ หากพิจารณาจากทรรศนะเช่นนี้แล้วละก็ มันก็จะได้ข้อสรุปที่ธรรมดาอย่างยิ่งว่า พระเจ้าทรงเตรียมยุคใหม่เอาไว้ในท่ามกลางสถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายนี้อย่างแน่นอน ยุคใหม่นั้นหมายถึงยุคสุดท้ายของประวัติศาสตร์ ดังนั้น โดยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ปัญหาเรื่องความเป็นความตายของพลเมืองโลกจึงเกิดขึ้นในโลกทั่วทุกหัวระแหง
มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ข้อเท็จจริงควรจะต้องถูกทำให้เป็นที่ประจักษ์ จากทรรศนะเช่นนี้ สามปีหลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญขึ้น การเกิดขึ้นบนโลกของสาธุคุณมูนในปี ค.ศ.1920 จึง… ใช่ สามปี กับหมายเลขสาม ปี ค.ศ.1920 หลังจาก ปี ค.ศ.1917 มนุษย์ผู้ซึ่งได้รับการขนานนามว่า สาธุคุณมูนก็ได้ถือกำเนิดขึ้น (ปรบมือ) แม้ว่าตอนนี้เขาผู้นั้นก็คือสาธุคุณมูนคนนี้ก็ตาม แต่ในตอนนั้น เขากลับไม่เป็นที่รู้จัก (หัวเราะ)

เผ่าระดับชาติและการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชซามิล

หลังจากนั้น เกาหลีก็เป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ดังนั้น จึงเป็นที่กล่าวขวัญว่า ข้าพเจ้าเกิดในญี่ปุ่น เกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นเป็นเวลาสี่สิบปี ดังนั้น ข้าพเจ้าเกิดขึ้นภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น การที่ญี่ปุ่นทราบว่า อาดัมคนใหม่จะเกิดขึ้นในเกาหลีในอนาคตอันใกล้นั้น ญี่ปุ่นจึงกดขี่ข่มเหงเกาหลีอย่างสุดกำลัง เกาหลีในทศวรรษที่ 1920 (ราวปี ค.ศ.1910 - ปี ค.ศ.1919) เป็นช่วงเวลาที่เกิดความอดอยาก ประเทศชาติสิ้นไร้หนทาง เนื่องจากเก็บเกี่ยวพืชผลได้ไม่ดีถึงสามปีติดๆ กัน ในขณะนั้น มีการจลาจลครั้งใหม่เกิดขึ้น เป็นการจลาจลที่มาจากการเคลื่อนไหวซามิลเพื่อต่อสู้กับอำนาจการปกครองของญี่ปุ่น หลังจากที่การเคลื่อนไหวซามิลได้แตกพ่ายไปในปี ค.ศ.1919 ข้าพเจ้าเกิดในปีที่สองหลังจากนั้นซึ่งเป็นปีที่อยู่นอกช่วงเวลาสามปีที่กล่าวไว้ในข้างต้น ในท่ามกลางการทดสอบที่เข้มงวด และจากพื้นฐานของความทุกข์ทรมานของครอบครัวของข้าพเจ้าเนื่องจากการเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวเพื่ออิสรภาพซามิล ข้าพเจ้าจึงเกิดขึ้น
ผู้นำการเคลื่อนไหวซามิลก็คือศาสนิกชน ส่วนใหญ่เป็นคริสตศาสนิกชนซึ่งรวมทั้งที่เป็นคาทอลิกด้วย พวกเขามองไปที่ทิศทางอันใหม่ ไม่ใช่จักรวรรดิญี่ปุ่น แต่เป็นอเมริกา แล้วคอยทำตามอเมริกา การผ่านไปในกระบวนการเช่นนี้ ทำให้เกาหลีซึมซับวัฒนธรรมของคริสตชนอย่างรวดเร็วและฝังลึก
ควันซุนโยผู้รักชาติที่ตายอย่างกล้าหาญเพื่อเกาหลีในขณะที่มีอายุได้เพียง 16 ปีนั้นอยู่ในตำแหน่งเสมือนเอวาก่อนการตกสู่บาป เธอเป็นเสมือนเอวาในประเทศอาดัม ร่างของควันซุนผู้รักชาติซึ่งอยู่ในตำแหน่งเอวาได้ถูกแบ่งออกเป็นหกส่วน หมายเลขหกนั้นเป็นหมายเลขของซาตาน ควันซุนผู้รักชาติได้เข้าร่วมในการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชซามิลอย่างอุทิศตนด้วยความจงรักภักดี ข้าพเจ้ากำลังว่ายวนอยู่ในร่างกายของคุณแม่ของข้าพเจ้าในระหว่างที่มีการเคลื่อนไหวเพื่อเอกราชในปี ค.ศ.1919
ข้าพเจ้าไม่สามารถมาสู่ประเทศที่ปราศจากเอกราชได้ มันมีสงครามที่มีชีวิตของข้าพเจ้าเป็นเดิมพันเกิดขึ้น หลังจากสิบเดือนผ่านไป ข้าพเจ้าก็ถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1920 ควันซุนผู้รักชาติได้ตายแทนผู้หญิงทั้งประเทศด้วยหัวใจแห่งสวรรค์เพื่อที่จะปกปักรักษาผืนแผ่นดินประเทศเกาหลีเอาไว้ซึ่งถือว่าเป็นการชดใช้บาปของเอวาที่ตกสู่บาป ตามทรรศนะแผนการของพระเจ้า พระเจ้าได้ทรงงานในแผนการของพระองค์เพื่อสร้างพื้นฐานของประเทศขึ้นให้อยู่เหนือญี่ปุ่น

ความยุ่งยากในครอบครัว

บ่อยครั้งที่ข้าพเจ้ามักจะได้ยินว่าครอบครัวของข้าพเจ้ายังชีพด้วยเปลือกของต้นสน เอ๊ะ เขาเรียกมันว่าอะไรนะ? (กระพี้สน) ใช่ กระพี้สน นั้นเป็นอาหารที่ครอบครัวของข้าพเจ้าใช้ยังชีพในขณะที่ข้าพเจ้ายังอยู่ในครรภ์ ดูเหมือนว่าพระเจ้าจะทรงรักสาธุคุณมูนในปัจจุบันนี้ แต่ทำไมตอนที่สาธุคุณมูนเกิดจึงแทบไม่น่าดูเช่นนั้น? พระองค์ทรงผลักไสครอบครัวของข้าพเจ้าให้ลงไปในเหวลึกและทรงกลั่นแกล้งครอบครัวของข้าพเจ้าจนทำเอาแทบตาย นั่นคือประวัติความเป็นมาของข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าเข้าใจกฎของการชดใช้ ข้าพเจ้าก็สามารถเข้าใจสภาพอันแท้จริงของสิ่งต่างๆ ได้ หากข้าพเจ้ามิทราบกฎของการชดใช้แล้วละก็ ข้าพเจ้าก็คงจะกล่าวออกมาว่า นั่นมันเป็นเรื่องเหลวไหล ญาติของครอบครัวข้าพเจ้าทุกคนนับตั้งแต่ลูกพี่ลูกน้องไปจนถึงคุณลุงสามของข้าพเจ้าล้วนจ่ายการชดใช้ทั้งสิ้น บ้านของข้าพเจ้าต้องกลายเป็นซากปรักหักพังก็เนื่องด้วยการเกิดของข้าพเจ้า ครอบครัวของข้าพเจ้าและญาติๆ ทั้งหลายต่างประสบกับความยุ่งยากเรื่อยมาจนข้าพเจ้ามีอายุได้ 15 ปี

การเกิดขึ้นของทารกแห่งสวรรค์
(วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.1920 หรือ วันที่ 6 เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ)

เมื่อมองดูงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของสาธุคุณมูนคนนี้ที่ซึ่งคราคร่ำไปด้วยผู้คนจากทั่วสารทิศ พระเจ้าทรงอิจฉาข้าพเจ้าหรือเปล่า? (ไม่) ทำไมพระองค์จึงควรทรงปีติ? เป็นเพราะสาธุคุณมูนได้รับการขนานนามว่าเป็นบุตรของพระเจ้า ดังนั้น พระองค์จึงต้องทรงรักข้าพเจ้าที่ท่านทั้งหลายมาร่วมฉลองในวันคล้ายวันเกิดของข้าพเจ้ามากกว่าที่จะทรงอิจฉาข้าพเจ้า เมื่อท่านทั้งหลายล้วนปีติยินดีที่ได้จัดงานวันเกิดสำหรับลูกๆ ของท่านฉันใด พระเจ้าก็ทรงปีติยินดีที่ได้ฉลองวันเกิดของบุตรพระองค์ด้วยฉันนั้น
ใครจะรู้ว่าเด็กที่ยังไม่มีโอกาสเกิดเนื่องจากการคุมกำเนิดจะสามารถกลายเป็นตัวแทนของบรรพบุรุษทั้งหลายของเขาหรืออาจจะเป็นผู้ที่ดูแลเจตจำนงของสวรรค์ในนามของประเทศชาติได้? หากคุณพ่อคุณแม่ของข้าพเจ้าคุมกำเนิด สาธุคุณมูนจะเกิดขึ้นได้หรือไม่? (หัวเราะ) คุณแม่ของข้าพเจ้าให้กำเนิดเด็กถึงสิบสามคนด้วยกัน
ข้าพเจ้าอาจจะไม่มีใครมาเรียกว่า “ลูกบ้านคนโอซัน” (โอซัน เป็นบ้านเกิดของคุณแม่ของคุณพ่อที่แท้จริง, คนเกาหลีมักจะเรียกบ้านใครๆ ตามชื่อบ้านเกิดของภรรยาของบ้านนั้น) เนื่องจากตาของข้าพเจ้านั้นเล็ก หากใครพูดถึง “เจ้าตาเล็กบ้านคนโอซัน” คนในหมู่บ้านต่างก็รู้กันว่าหมายถึงข้าพเจ้า ตาของข้าพเจ้านั้นเล็กมากขนาดที่คุณแม่ของข้าพเจ้าต้องตรวจหาตาบนใบหน้าของข้าพเจ้าทันทีที่เธอคลอดข้าพเจ้า (หัวเราะ) เมื่อเธอพบตาของข้าพเจ้าแล้วเธอก็รู้สึกโล่งอก (หัวเราะ) ตาแบบนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ตาที่เล็กของข้าพเจ้านั้นทำให้ข้าพเจ้ามีอัจฉริยภาพที่จะกลายเป็นผู้นำศาสนา เมื่อปรับรูชัตเตอร์ของกล้องให้เล็กลง ท่านก็จะได้ภาพที่ไกลออกไปจากเลนซ์มากขึ้น สังเกตจมูกของข้าพเจ้าดูสิ ใครช่วยทำให้ข้าพเจ้าตื่นที? ดูเหมือนว่าข้าพเจ้าจะเป็นเด็กที่หล่อเหลา ตอนที่ข้าพเจ้าขี่หลังคุณแม่ของข้าพเจ้าขึ้นรถไฟ คนทั้งหลายต่างพากันรุมล้อมข้าพเจ้าและอยากจะอุ้มข้าพเจ้า
ในสมัยนั้นยังไม่มีโรงพยาบาลในพื้นที่ชนบท เราต้องขึ้นรถไฟจากเชิงจูไปโรงพยาบาลในซุนชุนซึ่งมีโรงพยาบาลที่สร้างขึ้นโดยโบสถ์คริสต์ มีอยู่วันหนึ่ง คุณแม่ของข้าพเจ้าได้พาข้าพเจ้าขึ้นรถไฟไปที่นั่น คนทั้งหลายก็เห็นคุณแม่ของข้าพเจ้าอุ้มข้าพเจ้าซึ่งเป็นทารกไว้ในอ้อมอก มีสุภาพสตรีผู้หนึ่งพูดขึ้นว่า “เขาน่ารักมาก ฉันอยากอุ้มเขาบ้าง หากฉันได้อุ้มเขา ครอบครัวของฉันคงจะได้รับพรแน่” บางที เธออาจจะเป็นสุภาพสตรีที่อยากมีลูก หรือไม่ เธอก็คงจะเป็นหมัน แต่เธออยากอุ้มมากจริงๆ

ความหมายของชื่อ ซัน เมียง มูน

ลูกพี่ลูกน้องคนที่สองของข้าพเจ้าชื่อ เซง รยอง มูน เดิมที ตัวอักษรตัวกลางของชื่อข้าพเจ้าก็คือ “รยอง” ข้าพเจ้าโยนมันทิ้งไป แต่เขาเก็บมันขึ้นมา แล้วเปลี่ยนชื่อของเขาจาก เซง คุน เป็น เซง รยอง (หัวเราะ)
ซัน เมียง มูน เป็นชื่อของข้าพเจ้า คำว่า มูน หมายถึง ความจริง คำว่า ซัน หมายถึง การเปิดเผยตัวเองอย่างชัดเจน ตัวอักษร ซัน ประกอบด้วย แผ่นดินและทะเล ซึ่งหมายถึง ความคิดที่สัมพันธ์กัน ส่วนตัวอักษร เมียง หมายถึง ดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ ดังนั้น ดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์จะต้องผูกพันกันด้วยความจริง และเช่นกัน แผ่นดินกับทะเลก็ต้องผูกพันกันด้วยความจริง และแล้ว มันควรจะต้องกลายเป็นโลกที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ชื่อของข้าพเจ้าคือ ซัน เมียง ซึ่งหมายถึงการทำให้ชัดเจนและเป็นระเบียบอย่างไม่มีที่ติ มันจะต้องมีเนื้อหาที่ชัดเจนที่ซึ่งไม่ถูกตำหนิติเตียนจากที่ไหนๆ
และแล้ว คุณพ่อที่แท้จริง หมายถึงอะไร? เขาคือคุณพ่อของมวลสรรพสิ่ง ท่านจะเป็นอะไรหากท่านเป็นคุณพ่อของมวลมนุษยชาติ? ท่านจะได้รับความเป็นทายาทของคุณพ่อ
ตอนนี้ ข้าพเจ้าซึ่งเป็นอาจารย์ของท่านนั้นเป็นใคร? นอกจากถูกเรียกว่าพ่อแล้ว ข้าพเจ้ายังถูกเรียกว่าอะไรอีก? ข้าพเจ้ามีความเป็นราชาไหม? ความเป็นราชาเหนือประเทศจะต้องถูกก่อตั้งขึ้น และแล้ว… สักวันหนึ่ง เมื่อ เชิง โด รยอง มาถึง เจ็ดสิบประเทศหรือกว่านั้นจะถูกกำหนดให้เป็นเมืองขึ้น หนังสือทั้งหลายก็จะอ้างถึงโบสถ์แห่งความสามัคคีด้วยตัวมันเอง (ใช่ไหม!) (ปรบมือ)
มีหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่ชื่อว่า “คยู กัม มยู รก” ซึ่งออกหลัง “จยอง กัม รก” มันทำนายชื่อของสาธุคุณมูนไว้ตั้งแต่นมนานมาแล้ว ข้าพเจ้าคือคนๆ นั้น